จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์รถไฟชนกันบริเวณชานกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้นเป็น 15 ศพแล้ว หลังจากปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยที่ดำเนินนานกว่า 12 ชั่วโมงสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 โดยนายปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ได้สั่งการให้เร่งสืบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้
รายละเอียดเหตุการณ์
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกของวันจันทร์ที่ผ่านมา รถไฟทางไกลได้พุ่งชนรถไฟระยะสั้นที่จอดนิ่งอยู่บริเวณชานกรุงจาการ์ตา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย และผู้บาดเจ็บอีกหลายสิบราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างซากตู้โดยสารที่บิดเบี้ยวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
คำแถลงของเจ้าหน้าที่
โมฮัมหมัด ชาฟีอี หัวหน้าสำนักงานค้นหาและกู้ภัยแห่งชาติ (Basarnas) แถลงในวันอังคารว่า “เมื่อเช้านี้... ทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ผมมั่นใจว่าไม่มีผู้ประสบภัยหลงเหลืออยู่ภายใต้ซากรถไฟอีก” ขณะที่นายอากัส ฮารีมูร์ตี ยูโดโยโน รัฐมนตรีอาวุโสประจำคณะรัฐมนตรี เปิดเผยว่ายอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 15 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 88 ราย
สาเหตุเบื้องต้น
ฟราโนโต วิโบโว โฆษกของ KAI รัฐวิสาหกิจผู้ให้บริการรถไฟ ระบุว่ามีรถแท็กซี่คันหนึ่งเฉี่ยวชนกับรถไฟชานเมืองบริเวณจุดตัดทางรถไฟ ทำให้รถไฟต้องหยุดนิ่งอยู่บนราง ก่อนจะถูกรถไฟอีกขบวนพุ่งชนในเวลาต่อมา
การตอบสนองของรัฐบาล
ในวันอังคาร ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลในเมืองเบกาซี พร้อมแสดงความเสียใจต่อญาติผู้เสียชีวิต และสั่งการให้ “สืบสวนหาสาเหตุในทันที” นอกจากนี้ยังสั่งการให้ก่อสร้างสะพานข้ามแยกในเมืองเบกาซี โดยระบุว่า “ในภาพรวม เราพบว่าจุดตัดทางรถไฟหลายแห่งยังไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าดูแล ... ผมจึงสั่งการให้เร่งปรับปรุงจุดตัดเหล่านี้โดยด่วน ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งป้อมยามดูแล หรือการสร้างสะพานลอยข้ามทางรถไฟก็ตาม”
บรรยากาศที่สถานีหลังเกิดเหตุเต็มไปด้วยความโกลาหล เจ้าหน้าที่กู้ภัยต่างตะโกนขอถังออกซิเจน ขณะที่รถพยาบาลจอดรอรับผู้ป่วยเป็นแถวยาว โดยกองทัพ หน่วยดับเพลิง สำนักงานค้นหาและกู้ภัยแห่งชาติ และสภากาชาด ต่างระดมกำลังช่วยเหลือในการอพยพผู้คนครั้งนี้



