ศปถ. เผยอุบัติเหตุสงกรานต์สะสม 2 วัน 344 ครั้ง เสียชีวิต 71 คน สาเหตุหลักขับเร็ว-ดื่มแล้วขับ
อุบัติเหตุสงกรานต์ 2 วัน 344 ครั้ง เสียชีวิต 71 คน

ศปถ. เผยสถิติอุบัติเหตุสงกรานต์สะสม 2 วัน 344 ครั้ง เสียชีวิต 71 คน สาเหตุหลักขับเร็ว-ดื่มแล้วขับ

วันนี้ (12 เมษายน 2569) เวลา 11.00 น. นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 ได้เปิดเผยข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่สะสมในช่วง 2 วันแรกของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ 7 วันอันตราย

สถิติอุบัติเหตุสะสมและรายละเอียดสาเหตุ

สำหรับวันที่ 11 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการรณรงค์ เกิดอุบัติเหตุ 208 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 185 คน และเสียชีวิต 50 คน เมื่อรวมยอดสะสม 2 วัน (10-11 เมษายน) ในช่วง 7 วันอันตราย พบว่าเกิดอุบัติเหตุรวม 344 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บรวม 317 คน และเสียชีวิตรวม 71 คน

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 45.71 และ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 24.76 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 61 โดยส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 79.05 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 48.56 และถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 25

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือเวลา 09.01-12.00 น. ร้อยละ 21.90 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี ร้อยละ 22.88

จังหวัดที่ได้รับผลกระทบสูงสุด

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดในวันที่ 11 เมษายน คือ ลำปาง (12 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดคือ ลำปาง (14 คน) และจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดคือ นครราชสีมา และพิษณุโลก (จังหวัดละ 3 คน)

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สำหรับยอดสะสม 2 วัน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดคือ น่าน (17 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดคือ น่าน และลำปาง (จังหวัดละ 17 คน) และจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดคือ ปราจีนบุรี และพิษณุโลก (จังหวัดละ 4 คน) มีจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) จำนวน 39 จังหวัด

มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังเพิ่มเติม

นพ.โสภณ กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่เดินทางถึงพื้นที่แล้ว และบางส่วนยังอยู่ระหว่างเดินทางและท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงบางพื้นที่เริ่มเล่นน้ำสงกรานต์แล้ว ศปถ. จึงได้ประสานจังหวัดและกรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจตราพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ให้มีความปลอดภัย อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชน ติดป้ายเตือนพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ เพื่อเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ผ่านเส้นทาง พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

นอกจากนี้ ศปถ. ยังควบคุมไม่ให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่เด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี และการเร่ขายในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ สถานที่ท่องเที่ยว และบริเวณจัดงานรื่นเริง

การทำงานเชิงรุกของด่านชุมชนและมาตรการป้องกัน

ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ ศปถ. กล่าวว่า ศปถ. ยังเน้นย้ำการทำงานเชิงรุกของ “ด่านชุมชน” ควบคู่กับการ “เคาะประตูบ้าน” เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจตรา และป้องปรามผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะการดื่มแล้วขับ การไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย และการไม่มีใบขับขี่ ก่อนออกจากพื้นที่ชุมชนตลอดทั้งวัน

นอกจากนี้ ยังให้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าไปยังจุดจัดงานเล่นน้ำสงกรานต์ และจุดจัดกิจกรรมทางศาสนา โดยกวดขันห้ามปรามพฤติกรรมการเล่นน้ำที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุทางถนน รวมถึงให้ฝ่ายปกครองและ อสม. ใช้กลไกด่านครอบครัวป้องปรามผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ไม่ให้ขับขี่ยานพาหนะอย่างเด็ดขาด

สรุปได้ว่าในช่วง 2 วันแรกของ 7 วันอันตรายสงกรานต์ อุบัติเหตุทางถนนยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยศปถ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินมาตรการป้องกันและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลนี้