รถไฟชนสาว 21 ดับ จุดเสี่ยงเคยเกิดเหตุซ้ำ ชาวบ้านยันสัญญาณไฟเตือนปกติ
รถไฟชนสาว 21 ดับ จุดเสี่ยงเคยเกิดเหตุซ้ำ ชาวบ้านยันสัญญาณไฟเตือนปกติ

รถไฟชนสาววัย 21 เสียชีวิต จุดเกิดเหตุเคยเกิดอุบัติเหตุซ้ำหลายครั้ง

จากกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถจักรยานยนต์ส่งผลให้หญิงสาววัย 21 ปีเสียชีวิตบริเวณจุดตัดทางรถไฟภายในซอยลาดกระบัง 3 แยก 4 ใกล้ชุมชนวัดสังฆราชา เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบว่าเป็นทางตัดรถไฟภายในชุมชนซึ่งมีรางรถไฟรวม 3 ราง แบ่งเป็นรางบน 2 ราง และรางล่างอีก 1 ราง โดยรางล่างเป็นรางสำหรับขบวนรถไฟสินค้า

ลุงตุ้ย ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่าจุดดังกล่าวเคยเกิดอุบัติเหตุลักษณะนี้มาแล้วประมาณ 4 ครั้ง โดยบริเวณทางตัดมีสัญญาณไฟแจ้งเตือนทุกครั้งเมื่อรถไฟกำลังวิ่งผ่าน เมื่อคืนขณะกำลังนอนพักอยู่ภายในบ้านได้ยินเสียงดังสนั่นคล้ายการชนกันอย่างรุนแรง พร้อมยืนยันว่าสัญญาณไฟเตือนยังทำงานตามปกติ

ดร.จอห์นชี้สาเหตุเบื้องต้นจากทางโค้งและความเข้าใจผิด

ขณะที่ ดร.จอห์น อดีตสมาชิกสภาเขตลาดกระบัง เปิดเผยว่าจุดเกิดเหตุอยู่ภายในชุมชนวัดสังฆราชา บริเวณหน้าโรงเรียนวัดสังฆราชา ซึ่งมีรางรถไฟทั้งหมด 3 ราง โดยรางล่างเป็นรางรถไฟสินค้าที่ไม่ค่อยมีขบวนวิ่งผ่านบ่อยนัก จากการจำลองเหตุการณ์เบื้องต้นคาดว่าผู้เสียชีวิตขี่รถจักรยานยนต์มาจากฝั่งถนนมอเตอร์เวย์ ก่อนมาหยุดบริเวณรางล่าง และอาจเข้าใจว่ารถไฟจะวิ่งผ่านเฉพาะรางบน ประกอบกับจุดดังกล่าวเป็นทางโค้ง ทำให้ผู้ขับขี่มองไม่เห็นขบวนรถไฟที่กำลังวิ่งมา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ดร.จอห์นระบุอีกว่า เมื่อรถจักรยานยนต์เคลื่อนขึ้นมาในระยะประมาณ 30-40 เมตร อาจเห็นรถไฟกะทันหันจนเกิดอาการตกใจ ชะงักรถไม่ทัน ก่อนถูกรถไฟพุ่งชนเสียชีวิตดังกล่าว นอกจากนี้ยังเปิดเผยว่าพื้นที่ดังกล่าวเคยเกิดเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้ว โดยเมื่อปีที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงหญิงของกรุงเทพมหานคร เขตลาดกระบัง ถูกรถไฟชนเสียชีวิตเช่นกัน ซึ่งสาเหตุคล้ายกัน คือเข้าใจว่ารางล่างไม่มีขบวนรถไฟวิ่งผ่านเป็นประจำ

ยืนยันมีสัญญาณไฟเตือน แต่รอแนวทางแก้ไขระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจุดดังกล่าวมีสัญญาณไฟเตือนทั้งสองฝั่งของทางตัด แต่ในส่วนของการแก้ไขปัญหาระยะยาวนั้น อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะมีแนวทางป้องกันอุบัติเหตุเพิ่มเติมอย่างไรต่อไป