พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ไม่ละความพยายามตามหาญาติ จนสามารถยืนยันชื่อผู้เสียชีวิตรายที่ 8 จากเหตุรถไฟชนรถเมล์ได้ โดยก่อนหน้านี้เพื่อนเคยประกาศตามหาคนหายทางโซเชียลมีเดีย
ความคืบหน้าคดีรถไฟชนรถเมล์
จากเหตุการณ์รถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟอโศก-เพชรบุรี เป็นเบาะแสสำคัญที่ตำรวจนำมาใช้ในการพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตคนที่ 8 ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตที่ไม่มีญาติประสานขอเข้ามารับร่าง
ล่าสุดวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 พันตำรวจเอก กัมพล รัตนประทีป ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน เพื่อกำหนดกรอบการทำงานสืบสวนสอบสวน ความคืบหน้าคดี โดยวันนี้มีรายงานว่าจะมีพยานแวดล้อมที่อยู่บริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เข้าให้ข้อมูลตำรวจเพิ่มเติม 3 ปาก
การพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตคนที่ 8
ร้อยตำรวจเอกจารุพัฒน์ บัวแก้ว รองสารวัตรสอบสวน สน.มักกะสัน ได้สืบสวนข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย หลังมีเพื่อนร่วมงานของนายเสริมลาภ ปิ่นทอง ผู้เสียชีวิตคนที่ 8 ประสานข้อมูลให้ช่วยติดตามหา ซึ่งก่อนหน้านี้เพื่อนร่วมงานเคยประกาศตามหาคนหายผ่านโซเชียลมีเดีย หลังพบว่านายเสริมลาภขาดการติดต่อตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 โดยในวันนั้นทราบข้อมูลว่าเจ้าตัวได้โดยสารรถประจำทางสายที่เกิดเหตุ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับเวลาเกิดเหตุ
ตำรวจได้เปรียบเทียบภาพของผู้โดยสารจากภาพกล้องวงจรปิดที่เพื่อนร่วมงานส่งให้ กับภาพในสื่อโซเชียลมีเดียของนางสาววิภารักษ์ ที่บันทึกเห็นชายคนหนึ่งแต่งกายด้วยรองเท้า กระเป๋า กางเกง ตรงกันกับภาพกล้องวงจรปิดที่ได้รับจากเพื่อนร่วมงาน ระหว่างนั่งรถโดยสารขณะเกิดเหตุ จึงเชื่อว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน
จากนั้นจึงนำชื่อผู้สูญหายไปค้นหาชื่อพ่อแม่พี่น้อง สำหรับติดต่อให้มาตรวจดีเอ็นเอ แต่พบว่าคนในครอบครัวของนายเสริมลาภเสียชีวิตไปก่อน ขณะที่ในระบบประกันสังคมก็ไม่มีการเก็บตัวอย่างอะไรไว้ ตำรวจจึงเข้าไปเก็บของที่ห้องพักนายเสริมลาภ มาตรวจเทียบดีเอ็นเอ พร้อมกับตรวจหาญาติฝ่ายพ่อและญาติผู้ชายของนายเสริมลาภในระบบทะเบียนราษฎร์
กระทั่งพบลูกพี่ลูกน้องของนายเสริมลาภ ซึ่งเมื่อติดต่อไปก็พบอุปสรรคเนื่องจากญาติของนายเสริมลาภไม่เชื่อว่าผู้ติดต่อเป็นตำรวจจริง และอ้างว่าติดภาระงาน แต่ตำรวจก็ไม่ลดละความพยายามประสานจนสามารถเชิญนายไพรัชมาตรวจดีเอ็นเอที่นิติเวช รพ.ตำรวจ ได้ ซึ่งผลออกมาพบว่าผู้ตายคือนายเสริมลาภจริง หลังจากได้รับแจ้งผล ร้อยตำรวจเอกจารุพัฒน์ จึงได้ประสานญาติเพื่อให้เข้าทำการรับศพผู้เสียชีวิตสำหรับนำไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป



