ร้านข้าวต้มโต้รุ่งชื่อดังย่านบางแค กรุงเทพมหานคร เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 15 มิถุนายน 2567 โดยเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรงจนสร้างความเสียหายให้กับร้านเป็นบริเวณกว้าง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากสถานีดับเพลิงบางแคและพื้นที่ใกล้เคียงรวมกว่า 10 คัน เร่งระดมฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงนานกว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
รายละเอียดเหตุการณ์
พ.ต.ท.หญิง ศิริพร แก้ววิเชียร รองผู้กำกับการสอบสวน สน.บางแค เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 03.00 น. ที่ผ่านมาได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ร้านข้าวต้มโต้รุ่งชื่อดัง ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนบางแค ใกล้กับปากซอยบางแค 19 แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้นครึ่ง ครึ่งปูนครึ่งไม้ ใช้เป็นร้านข้าวต้มโต้รุ่งและที่พักอาศัย เพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วเนื่องจากภายในร้านมีวัสดุติดไฟจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงในการควบคุมเพลิง เนื่องจากเพลิงได้ลุกลามไปยังบ้านเรือนข้างเคียงบางส่วน แต่สามารถสกัดกั้นไว้ได้ทัน โดยบ้านที่อยู่ติดกันได้รับความเสียหายเฉพาะส่วนหลังคาและผนังบางส่วนเท่านั้น
ความเสียหายและผู้ได้รับผลกระทบ
จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ร้านข้าวต้มโต้รุ่งถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง คาดว่ามูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากขณะเกิดเหตุเจ้าของร้านและครอบครัวซึ่งพักอาศัยอยู่ชั้นบนสามารถหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย ส่วนบ้านเรือนข้างเคียงที่ได้รับผลกระทบเล็กน้อยก็ไม่มีผู้บาดเจ็บเช่นกัน
เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร หรือจากความร้อนในครัวที่ยังไม่ดับสนิท แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องรอผลการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง
ผลกระทบต่อชุมชน
เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้สร้างความตกใจให้กับชาวชุมชนบางแคเป็นอย่างมาก เนื่องจากร้านข้าวต้มโต้รุ่งดังกล่าวเปิดให้บริการมานานกว่า 20 ปี เป็นร้านอาหารยอดนิยมของคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาทานอาหารในช่วงกลางคืน หลังเกิดเหตุเจ้าของร้านและครอบครัวต้องหาที่พักอาศัยชั่วคราว ขณะที่ร้านต้องปิดให้บริการอย่างไม่มีกำหนด
ด้านนายกเทศมนตรีเขตบางแคได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจผู้ประสบภัย พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือตามระเบียบของกรุงเทพมหานคร รวมถึงการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์และตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ หากพบว่ามีการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



