วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน ได้มีการอภิปรายในวาระกระทู้ถามด้วยวาจาเกี่ยวกับเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์บริเวณถนนอโศก-ดินแดง โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ตอบกระทู้ของนายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย
นายสังคมตั้งคำถามถึงสาเหตุและมาตรการป้องกัน
นายสังคมได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบบไม้กั้นและอาณัติสัญญาณ รวมถึงสาเหตุที่ไม่สามารถหยุดขบวนรถได้ นอกจากนี้ยังสอบถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานขับรถไฟและเจ้าหน้าที่ประจำสถานี โดยชี้ว่าปัญหาการออกแบบจุดตัดและการจราจรเป็นสิ่งที่กระทรวงต้องรับผิดชอบโดยตรง
นายสิริพงศ์ชี้แจงลำดับเหตุการณ์
นายสิริพงศ์กล่าวในนามกระทรวงคมนาคมขออภัยและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ต่อสภาผู้แทนราษฎรและประชาชนทั่วประเทศ โดยชี้แจงว่าขบวนรถไฟที่เกิดเหตุคือขบวนสินค้าหมายเลข 2126 ซึ่งเดินทางจากคลองตันผ่านจุดที่มีไม้กั้นจำนวน 4 ด่าน ได้แก่ คลองตัน ศูนย์วิจัย อาร์ซีเอ และถนนเพชรอุทัย โดยด่านที่ 4 เป็นจุดเกิดเหตุ
ข้อมูลจากกล่องดำพบว่ารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วปกติที่กำหนดให้วิ่งในเมืองไม่เกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ขบวนนี้วิ่งที่ 34 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนถึงจุดเกิดเหตุมีสัญญาณไฟเหลืองเตือนให้ชะลอความเร็วที่สถานีมักกะสัน ระยะ 800 เมตร โดยหลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยของรถไฟกำหนดให้ดูสัญญาณไฟเป็นหลัก เมื่อถึงจุดตัดทางเชื่อมเจ้าหน้าที่เฝ้าทางเชื่อมมีหน้าที่กดสัญญาณไฟและให้สัญญาณหวูด ซึ่งพนักงานคุมไม้กั้นได้ดำเนินการแล้ว
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและการสืบพยานพบว่าเมื่อส่งสัญญาณไฟเตือน รถเมล์สาย 206 จอดคร่อมทางรถไฟเนื่องจากการจราจรติดขัด ทำให้ไม้กั้นไม่สามารถลงได้ สัญญาณไฟกากบาททั้ง 5 ดวงไม่ติด เนื่องจากมีไฟสัญญาณเตือนไม่ติด จึงต้องใช้วิธีให้คนขับดูสัญญาณธงแดงจากเจ้าหน้าที่ บันทึกกล่องดำพบว่าความเร็วเริ่มลดลงที่ระยะ 260 เมตรก่อนเกิดเหตุ แต่การดึงเบรกฉุกเฉินเกิดขึ้นที่ระยะประมาณ 100 เมตร ทำให้ความเร็วลดลงเหลือ 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ณ จุดเกิดเหตุ เนื่องจากรถไฟเป็นขบวนหนักบรรทุกสินค้าเต็ม 20 พ่วง จึงไม่สามารถหยุดได้ทัน
พนักงานขับรถไฟมีพฤติกรรมเสี่ยง
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าพนักงานขับรถไฟมีความประมาทและตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย การรถไฟแห่งประเทศไทยได้สั่งให้ออกจากราชการชั่วคราวและตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง นายสิริพงศ์ยอมรับว่าระบบอาณัติสัญญาณและระบบจัดการสัญญาณในปัจจุบันไม่ได้ดีนัก ปัญหายังคงเรื้อรังและนำมาสู่การแก้ไขปัญหาในลำดับต่อไป
มาตรการหลังเกิดเหตุและการเยียวยา
นายสังคมสอบถามถึงมาตรการภายหลังเกิดเหตุ เช่น การตรวจสารเสพติดและการกำชับห้ามเดินรถหากไม้กั้นไม่ลง รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและการควบคุมจุดตัดทางรถไฟในพื้นที่เสี่ยง
นายสิริพงศ์ตอบว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานขนส่งสาธารณะตรวจพนักงานขับรถและพนักงานควบคุมที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย โดยยืนยันว่าไม่ใช่มาตรการวัวหายล้อมคอก และพบว่ามีพนักงานใช้สารเสพติดเพิ่มเติม
สำหรับแผนแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วนประกอบด้วยการบริหารจัดการขนส่งสินค้าปรับเวลาวิ่งเพื่อลดความแออัดในเมือง ระยะกลางต้องเชื่อมต่อระบบอาณัติสัญญาณรถไฟกับกรุงเทพมหานครและตำรวจจราจร โดยนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ และระยะยาวอาจยกระบบรางให้ลอยฟ้าทั้งหมดตามแนวคิด Missing link
ส่วนมาตรการเยียวยา ผู้บาดเจ็บจะได้รับเงินเยียวยาตั้งแต่ 130,000 บาทถึง 1,000,000 บาท ขึ้นอยู่กับอาการ ส่วนผู้เสียชีวิตได้รับเงินชดเชย 2,390,000 บาทต่อคน โดยญาติจะต้องแต่งตั้งทายาทโดยธรรม สำหรับผู้บาดเจ็บสามารถไปเบิกจ่ายตามโรงพยาบาลและยังมีเงินทำขวัญเพิ่มเติม



