เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2567 เกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ล่มลงในทะเลบริเวณอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ส่งผลให้น้ำมันดิบจำนวนมากรั่วไหลออกมาสู่ทะเลเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่จากกรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ทันที
รายละเอียดเหตุการณ์
เรือลำดังกล่าวเป็นเรือบรรทุกน้ำมันขนาด 500 ตันกรอส ขณะเกิดเหตุได้เดินทางจากท่าเรือสงขลาเพื่อไปยังท่าเรือปลายทางในประเทศเพื่อนบ้าน แต่อยู่ดีๆ เรือก็เกิดเสียการทรงตัวและล่มลงในเวลาประมาณ 10.30 น. สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากคลื่นลมแรงและน้ำหนักบรรทุกที่มากเกินไป
การรั่วไหลของน้ำมัน
น้ำมันดิบที่รั่วไหลออกมาคาดว่ามีปริมาณประมาณ 200,000 ลิตร แพร่กระจายเป็นวงกว้างครอบคลุมพื้นที่ทะเลหลายตารางกิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง เจ้าหน้าที่ได้นำเรือกั้นน้ำมันและอุปกรณ์ดูดซับน้ำมันมาใช้ในการควบคุมการรั่วไหล
มาตรการควบคุมและฟื้นฟู
- เจ้าหน้าที่ได้ประกาศเขตห้ามเข้าในพื้นที่รั่วไหลเพื่อป้องกันอันตราย
- มีการนำโดรนและเรือตรวจการณ์มาสำรวจขอบเขตการรั่วไหล
- ทีมกู้ภัยทางทะเลได้พยายามกู้เรือที่ล่มเพื่อป้องกันการรั่วไหลเพิ่มเติม
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
น้ำมันที่รั่วไหลได้ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลและชายหาดในบริเวณใกล้เคียง พบซากสัตว์ทะเลเกยตื้นหลายตัว เช่น ปลาและปูกุ้ง รวมถึงนกทะเลที่ติดคราบน้ำมัน หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมได้เร่งเก็บตัวอย่างน้ำและดินเพื่อประเมินความเสียหาย
การดำเนินการทางกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมเจ้าท่าอยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ โดยจะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายทั้งในข้อหาประมาทและละเมิดกฎหมายสิ่งแวดล้อม
นายอำเภอเมืองสงขลาได้ออกมาแถลงการณ์ว่า ทางจังหวัดจะเร่งดำเนินการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็ว พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากชาวประมงและประชาชนในพื้นที่ให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ



