ระทึก! เรือขนทรายและเรือลากจูงล่มในคลองบางกอกน้อย เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ
เรือขนทรายและเรือลากจูงล่มในคลองบางกอกน้อย

ระทึก! เรือขนทรายและเรือลากจูงล่มในคลองบางกอกน้อย เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ

เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อเรือขนทรายและเรือลากจูงล่มในคลองบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษและกู้ภัยทางน้ำได้รับแจ้งเหตุและเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเบื้องต้นไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือสูญหายแต่อย่างใด

รายละเอียดเหตุการณ์และขั้นตอนการช่วยเหลือ

เมื่อเวลา 14.35 น. ของวันที่ 31 มีนาคม 2569 ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษและกู้ภัยทางน้ำได้รับแจ้งจากประชาชนเกี่ยวกับเรืออับปางบริเวณสะพานอรุณอัมรินทร์ ในคลองบางกอกน้อย ทีมงานได้จัดเจ้าหน้าที่ 6 นาย พร้อมเรือ 2 ลำ ได้แก่ เรือป้องนทีและเรือท้องแอน ออกตรวจสอบถึงที่เกิดเหตุในเวลา 14.50 น.

จากการตรวจสอบพบเรือลากจูงบรรทุกทราย 1 พ่วง ซึ่งกำลังลากเรือบรรทุกทราย 3 ลำ โดยแต่ละลำบรรทุกทรายประมาณ 600 คิวบิกเมตร เรือเหล่านี้จอดเทียบท่าเพื่อรอการขนถ่ายทรายก่อนเกิดเหตุ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สาเหตุและผลกระทบจากเหตุการณ์

สาเหตุหลักของการล่มเกิดจากน้ำรั่วเข้าใต้ท้องเรือบรรทุกทรายลำหนึ่ง ชื่อเรือไทยบาส 9 ซึ่งทำให้เรือลำนี้อับปางและดึงเรือลากจูง (เรือทัก) อับปางเพิ่มอีกหนึ่งลำ รวมเป็นเรือล่มทั้งสิ้น 2 ลำ ระหว่างเกิดเหตุไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือสูญหาย

เรือที่รอการขนถ่ายอีก 2 ลำ ซึ่งผูกอยู่กับท่าเทียบเรือ ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ รวมถึงท่าเทียบเรือและบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมฝั่งคลองบางกอกน้อยก็ไม่ได้รับความเสียหายใดๆ

มาตรการจัดการและผลกระทบต่อการจราจรทางน้ำ

การจราจรในลำน้ำคลองบางกอกน้อยยังสามารถใช้งานได้ปกติ แต่ต้องเดินเรือช้าและเบาตามกฎหมายของกรมเจ้าท่า เจ้าของทรัพย์สินจะต้องดำเนินการกู้เรือและจัดการของเสียที่เกิดขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ขณะนี้ กรมเจ้าท่าได้เข้าดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการแล้ว สถานที่เกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ท่าเทียบเรือท่าทราย ภายในคลองบางกอกน้อย เขตบางกอกน้อย ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของสถานีตำรวจนครบาลบางกอกน้อย

กรมเจ้าท่าได้ประสานงานกับบริษัทเจ้าของเรือ ซึ่งจะเข้ามาดำเนินการกู้เรือในคืนวันนี้ เพื่อป้องกันปัญหาอื่นๆ ที่อาจตามมาและฟื้นฟูสภาพการใช้งานของคลองให้กลับสู่ปกติโดยเร็วที่สุด