รมว.พลังงานเผยพบคลังน้ำมันกักตุน 5 แห่ง เก็งกำไรช่วงวิกฤติ เตรียมส่งดีเอสไอ-ตร. ดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยนายเอกนัฏเปิดเผยว่า พบความผิดปกติอย่างน้อย 5 คลังน้ำมันที่กักตุนน้ำมันไว้ขายในช่วงราคาแพงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ประชาชนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันเติม
ตรวจสอบพบการผลิตเพิ่มแต่ไม่ถึงมือผู้บริโภค
รมว.พลังงานระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่าในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ที่เกิดวิกฤติโรงกลั่น มีการผลิตน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นเป็น 78 ล้านลิตรต่อวัน จากปกติ 70 ล้านลิตรต่อวัน หรือเพิ่มขึ้น 8 ล้านลิตรต่อวัน รวมทั้งเดือนกลั่นเพิ่ม 200 ล้านลิตร และดึงสต็อกน้ำมันดีเซลจาก 1,200 ล้านลิตร เหลือประมาณ 700 ล้านลิตร แสดงว่ามีการจ่ายน้ำมันเข้าระบบมากขึ้นประมาณ 500 ล้านลิตร แต่กลับพบว่าปั๊มน้ำมันหลายแห่งถูกลดโควตาขายและรับน้ำมันน้อยลง ส่งผลให้ประชาชนต้องต่อแยวโดยไม่มีน้ำมันเติม
นายเอกนัฏชี้ว่า สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงการรั่วไหลและการกักตุนน้ำมัน โดยผู้ค้าบางรายเก็งกำไรด้วยการประวิงเวลาซื้อน้ำมันในราคาเก่าที่ถูกกว่า เพื่อกักตุนและรอขายในราคาใหม่ที่แพงกว่า ซึ่งขัดแย้งกับความพยายามของรัฐบาลที่ใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเกือบ 6 หมื่นล้านบาทเพื่อชดเชยให้ประชาชนซื้อน้ำมันในราคาถูก
ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบย้อนหลัง ส่งดำเนินคดี
กระทรวงพลังงานได้ทำงานร่วมกับกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบคลังน้ำมัน 92 แห่งทั่วประเทศ โดยเรียกเก็บข้อมูลปริมาณน้ำมันรับเข้าและจ่ายออกทุกวันเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมกักตุน
ผลการตรวจสอบพบความผิดปกติอย่างน้อย 5 คลังน้ำมัน ซึ่งได้ตั้งคณะกรรมการชุดสุดซอยเพื่อเก็บข้อมูลย้อนหลังไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และจะส่งข้อมูลให้ดีเอสไอและสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินคดีต่อไป หากพบว่าการกระทำดังกล่าวทำให้กองทุนน้ำมันเสียหาย กองทุนฯ จะเรียกค่าเสียหายคืน
ตรวจสอบการขนส่งทางเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังได้ตรวจสอบการขนส่งน้ำมันจากคลังโรงกลั่นไปยังคลังผู้ค้าและปั๊มน้ำมัน ทั้งทางรถ ทางเรือ และทางท่อ โดยเรียกข้อมูลใบกำกับการขนส่งน้ำมันและตรวจสอบคุณภาพน้ำมันตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง
เฉพาะการขนส่งทางเรือ สันนิษฐานว่าอาจมีการรั่วไหล ขนส่งช้า หรือลักลอบขายน้ำมันออกนอกประเทศในช่วงที่มีประกาศห้ามส่งออก ซึ่งพบความผิดปกติตั้งแต่ใบกำกับการขนส่งไม่ระบุข้อมูลตามกฎหมาย โดยทั้งหมดมีโทษถึงจำคุก กระทรวงพลังงานจะรวบรวมข้อมูลและส่งให้ตำรวจและดีเอสไอดำเนินคดี พร้อมสั่งการให้เจ้าพนักงานเก็บข้อมูลให้ครบถ้วนและตรวจสอบการทำงานของทุกหน่วยงาน หากพบการละเว้นหน้าที่จะดำเนินคดีด้วย



