งานวิจัยชิ้นใหม่สร้างความตื่นตระหนกให้กับวงการแพทย์ เมื่อพบว่าเชื้อไวรัสฮันตาอาจยังคงอยู่ในอสุจิของผู้ป่วยชายได้นานเกือบ 6 ปี แม้ว่าร่างกายจะหายจากโรคแล้วก็ตาม พร้อมเตือนถึงความเป็นไปได้ในการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่อาจเกิดขึ้นได้
งานวิจัยชี้ไวรัสฮันตาซ่อนตัวในอัณฑะนานหลายปี
สื่อต่างประเทศหลายสำนักนำเสนองานวิจัยเกี่ยวกับฮันตาไวรัสที่ถูกเผยแพร่ตั้งแต่ปี 2566 กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังเกิดการระบาดของเชื้อฮันตาไวรัสสายพันธุ์แอนดีสบนเรือสำราญหรูเอ็มวี ฮอนดิอุส ซึ่งมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดยงานวิจัยชิ้นนี้ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญและตีพิมพ์ในวารสาร Viruses จัดทำโดยทีมนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการสปีซ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
กรณีศึกษาชายวัย 55 ปี ติดเชื้อนานถึง 6 ปี
นักวิจัยได้ศึกษาชายวัย 55 ปี ที่เคยติดเชื้อฮันตาไวรัสสายพันธุ์แอนดีสมานานถึง 6 ปี ผลการศึกษาพบว่าเชื้อไวรัสหายไปจากเลือด ปัสสาวะ และระบบทางเดินหายใจทั้งหมดแล้ว แต่ยังคงตรวจพบสารพันธุกรรมของไวรัสในน้ำอสุจิ ซึ่งนักวิจัยระบุว่า เชื้ออาจยังมีศักยภาพในการแพร่สู่ผู้อื่นได้นานถึง 71 เดือน หรือประมาณ 5 ปี 11 เดือน หลังติดเชื้อ
เหตุใดไวรัสจึงสามารถหลบซ่อนในอัณฑะได้?
ข้อมูลในงานวิจัยอธิบายว่า อัณฑะถือเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเชื้อโรคบางชนิด เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะไม่โจมตีอสุจิ เพื่อคงความสามารถในการสืบพันธุ์ นั่นทำให้ไวรัสบางชนิด เช่น ฮันตาไวรัส อีโบลา และซิกา สามารถหลบซ่อนอยู่ในอัณฑะได้ แม้ร่างกายจะกำจัดเชื้อออกจากอวัยวะส่วนอื่นแล้วก็ตาม นักวิจัยระบุว่า ปัจจุบันมีโรคติดเชื้อมากกว่า 27 ชนิด ที่สามารถอาศัยอยู่ในอัณฑะและคงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน
ความเป็นไปได้ในการติดต่อทางเพศสัมพันธ์
แม้นักวิจัยจะย้ำว่า ยังไม่เคยมีรายงานยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ฮันตาไวรัสติดต่อผ่านเพศสัมพันธ์ได้จริง แต่ผลการศึกษาชี้ว่ามีความเป็นไปได้ทางชีวภาพที่ไวรัสอาจแพร่ผ่านน้ำอสุจิได้ โดยผลการศึกษาชิ้นนี้ชี้ว่า แอนดีสไวรัสมีศักยภาพในการติดต่อทางเพศสัมพันธ์
กรณีศึกษาไวรัสอีโบลา
ก่อนหน้านี้ ไวรัสอีโบลาเคยมีกรณีคล้ายกัน โดยการระบาดในประเทศกินีเมื่อปี 2564 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 12 ราย ถูกพบภายหลังว่ามีต้นตอจากชายที่รอดชีวิตจากการระบาดใหญ่ช่วงปี 2557-2559 และแพร่เชื้อผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
คำแนะนำจากองค์การอนามัยโลก
องค์การอนามัยโลกหรือ WHO แนะนำให้ผู้รอดชีวิตจากอีโบลาตรวจน้ำอสุจิทุก 3 เดือน และหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน จนกว่าจะตรวจไม่พบเชื้อ 2 ครั้งติดต่อกัน ขณะเดียวกัน บริษัทวิเคราะห์โรคระบาด Airfinity ระบุว่าผู้ติดเชื้อฮันตาไวรัสสายพันธุ์แอนดีสควรได้รับคำแนะนำด้านเพศสัมพันธ์อย่างเข้มงวดเช่นเดียวกับผู้ป่วยอีโบลา แม้จะพ้นช่วงกักตัว 42 วันแล้วก็ตาม
ฮันตาไวรัสสายพันธุ์แอนดีสคืออะไร?
สำหรับฮันตาไวรัสสายพันธุ์แอนดีส เป็นไวรัสที่ปกติแพร่จากสัตว์ฟันแทะสู่คน แต่ในบางกรณีสามารถติดต่อระหว่างคนสู่คนได้ องค์การอนามัยโลกเปิดเผยว่า อาจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมจากคลัสเตอร์บนเรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุส แต่ย้ำว่า สถานการณ์ยังไม่เข้าข่ายภัยคุกคามระดับโรคระบาดใหญ่แบบโควิด-19 และยังไม่ถือเป็นความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดทั่วโลก



