ตำรวจระยองจับอดีตผู้สมัคร ส.อบจ. คดียาเสพติด พร้อมของกลางยาบ้า-ยาไอซ์
จับอดีตผู้สมัคร ส.อบจ.ระยอง คดียาเสพติด

ตำรวจระยองจับกุมอดีตผู้สมัคร ส.อบจ. ในคดียาเสพติด พร้อมของกลางยาบ้าและยาไอซ์

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ตำรวจชุดปราบปรามพิเศษ สภ.เมืองระยอง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้เปิดปฏิบัติการล่อซื้อยาเสพติดและจับกุมนายนิติภัทร อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง (ส.อบจ.ระยอง) ซึ่งสังกัดพรรคการเมืองหนึ่ง โดยพบของกลางประกอบด้วยยาบ้า 206 เม็ด ยาไอซ์กว่า 27 กรัม รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ และเครื่องชั่งดิจิทัล

อดีตผู้สมัคร ส.อบจ. ถูกจับกุมหลังตำรวจล่อซื้อหลายครั้ง

พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผู้กำกับการ สภ.เมืองระยอง เปิดเผยว่า นายนิติภัทรถูกตำรวจล่อซื้อมาหลายครั้ง จนกระทั่งล่าสุดสามารถจับกุมได้พร้อมของกลางทั้งหมด ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมในคดีนี้

นายนิติภัทร เคยลงสมัครเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง เมื่อปี 2563 และในปัจจุบันทำงานร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งในจังหวัดระยอง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สส.พรรคประชาชนยืนยันไม่มีส่วนรู้เห็นและกำลังขับออกจากพรรค

ด้านนายกฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต 2 พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า จากกรณีที่อดีตคณะทำงานจังหวัดระยองของพรรคประชาชนและอดีตผู้ช่วยของตนในสภาชุดที่ 26 ถูกจับกุมในคดีค้ายาเสพติดเมื่อคืนวันที่ 6 เมษายน 2569 นั้น ตนและพรรคประชาชนระยองเห็นว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวมีความร้ายแรงและเป็นคดีอาญาที่มีโทษสูง

นายกฤช ศิลปชัย กล่าวย้ำว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งขยายผลไปถึงตัวการใหญ่โดยเร็วที่สุด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นอกจากนี้ เขายังชี้แจงว่านายนิติภัทรได้ร่วมงานกับพรรคประชาชนจนถึงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา หลังจบการเลือกตั้งมีสถานะเป็นเพียงสมาชิกพรรค โดยไม่มีตำแหน่งใด ๆ ภายในพรรคประชาชน และปัจจุบันนายทะเบียนพรรคประชาชนกำลังดำเนินการขับบุคคลดังกล่าวออกจากการเป็นสมาชิกพรรคตามขั้นตอนแล้ว

"ผมและพรรคประชาชนระยองขอโทษพี่น้องประชาชน และขอยืนยันนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนว่าเราไม่ยอมรับพฤติกรรมสีเทาทุกรูปแบบ หากบุคลากรในพรรค ไม่ว่าอยู่ในตำแหน่งใด ถูกกล่าวหาหรือมีมูลเหตุที่ส่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ผิดกฎหมาย พรรคพร้อมดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง โดยไม่ปกป้องหรือปกปิดการกระทำผิดอย่างเด็ดขาด" นายกฤช กล่าวในโพสต์ดังกล่าว

สรุปคดีและผลกระทบต่อภาพลักษณ์พรรคการเมือง

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็สร้างความกังวลต่อภาพลักษณ์ของพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง การดำเนินการขับออกจากพรรคอย่างรวดเร็วแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการรักษามาตรฐานทางจริยธรรม

ประชาชนและผู้ติดตามข่าวสารต่างจับตาดูพัฒนาการของคดีนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดเผยเครือข่ายยาเสพติดที่กว้างขวางยิ่งขึ้นในพื้นที่จังหวัดระยอง