องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า จำนวนผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมมากกว่า 900 ราย เหลือเพียง 116 ราย หลังจากผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการส่วนใหญ่ให้ผลเป็นลบ ข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ระบุว่ามีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อในดีอาร์คองโกประมาณ 330 ราย ซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิต 48 ราย ขณะที่ในประเทศยูกันดามีรายงานผู้ป่วยยืนยันผล 9 ราย และเสียชีวิต 1 ราย
การปรับลดจำนวนผู้ต้องสงสัย
คริสเตียน ลินด์ไมเออร์ โฆษกของ WHO อธิบายว่า แม้จะมีผู้ป่วยที่ยืนยันผลติดเชื้อ แต่ผู้ต้องสงสัยจำนวนมากถูกคัดออกจากระบบข้อมูล เนื่องจากผลตรวจบ่งชี้ว่าพวกเขาป่วยเป็นโรคอื่นที่มีอาการเริ่มแรกคล้ายคลึงกัน เช่น ไข้หวัดใหญ่ มาลาเรีย หรือไข้รากสาดน้อย ทั้งนี้ WHO ยังคงนับทุกคนที่ถูกตรวจพบโดยระบบเฝ้าระวังหรือเดินทางมายังสถานพยาบาลด้วยอาการที่เข้าข่ายเป็นผู้ต้องสงสัย จนกว่าจะได้รับผลยืนยันจากห้องปฏิบัติการ
จุดศูนย์กลางการระบาด
การระบาดครั้งล่าสุดมีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดอิตูรี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของดีอาร์คองโก โดยประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม แต่คาดว่าเชื้อเริ่มแพร่ระบาดอย่างเงียบๆ ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตรวจพบโรคล่าช้าคือเชื้อสายพันธุ์บันดิบูเกียว ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของไวรัสอีโบลาที่ทำให้เกิดอาการเริ่มแรกคล้ายกับโรคไข้หวัดใหญ่ มาลาเรีย หรือไทฟอยด์
ความท้าทายในการควบคุมโรค
ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือการรักษาที่ได้รับการรับรองสำหรับไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บันดิบูเกียว ดังนั้น การควบคุมการแพร่ระบาดจึงต้องอาศัยมาตรการป้องกันเป็นหลัก เช่น การแยกผู้ป่วย การติดตามผู้สัมผัส และการรักษาตามอาการ ความพยายามเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการจำกัดการแพร่กระจายของเชื้อในภูมิภาค



