นักแสดงสาว เจนสุดา ปานโต ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกหลังจากเดินทางมาขึ้นศาลในคดีฉ้อโกง ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องมาศาล พร้อมยืนยันความเสียหายอยู่ที่หลัก 40 ล้านกว่าบาท และเปิดเผยความรู้สึกหลังจากได้เผชิญหน้ากับอดีตเพื่อนรักในห้องพิจารณาคดี
ความรู้สึกครั้งแรกที่มาศาล
เจนสุดา กล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคงว่า "ก็โอเคค่ะ ตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะว่าเพิ่งจะมาศาลครั้งแรกในชีวิต แต่โอเคกับ จับมือแน่นกับเพื่อนๆ แล้วก็มีทีมทนายที่น่ารักค่ะ"
เมื่อถามถึงจำนวนเงินที่เสียหาย เธอตอบว่า "40 กว่าๆ ค่ะ" แต่ปฏิเสธที่จะลงรายละเอียดเนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการดำเนินคดี
การเจรจาไกล่เกลี่ยและการชดใช้
เจนสุดา เปิดเผยว่ายังไม่มีการเจรจาไกล่เกลี่ยใดๆ กับฝ่ายจำเลย และไม่เคยได้รับการติดต่อเพื่อชดใช้ค่าเสียหาย "ยังไม่มีค่ะ ไม่มีการคุยกันค่ะ" และ "ไม่มีค่ะ" เมื่อถามถึงการชดใช้
การเผชิญหน้าในศาล
นักแสดงสาวกล่าวถึงการพบกันในศาลว่า "จริงๆ เจนค่อนข้างเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรมนะ เจนก็ใช้ชีวิตนั่งอยู่บนเก้าอี้แล้วก็พิงพนักและมองดูกรรมมันทำงาน ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายค่ะ" และเมื่อสังเกตอาการของอีกฝ่าย เธอบอกว่า "เขาดูเครียดมากๆ ค่ะ"
ส่วนเรื่องการสบตา เธอยอมรับว่า "มีค่ะ เพราะว่าตั้งแต่เกิดเรื่องก็ยังไม่เคยสบตากันเลยค่ะ" แต่ไม่ได้ทักทายกัน "ก็คือคิดว่าความเป็นเพื่อนก็คงขาดกันไปแล้ว มันขาดไปแล้ว ก็คงไม่ต้องทักกัน"
ความรู้สึกต่อกระบวนการยุติธรรม
เจนสุดา ระบุว่าไม่ได้ประสงค์ให้อีกฝ่ายต้องติดคุก แต่ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ "อันนี้มันอยู่ที่กระบวนการเลยค่ะ เจนไม่ได้เป็นคนพาเขามาอยู่ในจุดนี้นะคะ สุดท้ายแล้วเขาเป็นคนพาตัวเองเดินเข้ามาอยู่ตรงจุดนี้เอง ไม่ใช่เรา เพราะฉะนั้นเจนก็ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของกระบวนการไปค่ะ"
การโพสต์ข้อความในโซเชียล
เมื่อถามถึงการโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดีย เธอตอบว่า "ก็เป็นความรู้สึกอยากระบายเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ (ยิ้ม) ไม่ได้มีอะไรมากค่ะ ก็เพราะว่าไม่ได้มีเวทีอะไรที่จะพูดอะไรมากค่ะ ในบางครั้งบางวันก็อยากจะระบายนิดๆ หน่อยๆ ค่ะ"
ความหวังในการได้เงินคืน
เจนสุดา กล่าวถึงความหวังว่าจะได้เงินคืนว่า "แน่นอนเจนอยากได้เงินคืนอยู่แล้วเนอะ เพราะว่าทุกคนที่เป็นผู้เสียหาย เราทุกคนก็ได้เงินมาโดยสุจริตนะคะ ทำงานมาโดยสุจริต เจนหวัง ไม่ใช่แค่ตัวเองนะคะ หวังให้ทุกๆ คนได้เงินคืนค่ะ" แต่ยืนยันว่าไม่ทราบว่าผู้เสียหายรายอื่นได้เงินคืนแล้วหรือไม่ และไม่ต้องการก้าวก่าย
การไกล่เกลี่ยในอนาคต
หากอีกฝ่ายขอเจรจาไกล่เกลี่ย เธอบอกว่าจะปรึกษาทีมทนาย และยอมรับว่าขณะนี้ยังไม่มีท่าทีใดๆ "ยังไม่มีนะคะ ณ ตอนนี้นะคะ ยังไม่มี"
สิ่งที่เสียใจที่สุด
เมื่อถามถึงสิ่งที่สร้างความเสียใจมากที่สุด เจนสุดา กล่าวด้วยรอยยิ้มที่แฝงความเจ็บปวดว่า "ก็อาจจะเป็นเพราะว่าครั้งหนึ่งเขาเคยบอกว่าเขาเป็นพี่สาวเราค่ะ" และยอมรับว่าความไว้วางใจที่ให้ไปส่วนหนึ่งมาจากความรู้สึกผูกพันดังกล่าว "เจนไม่มีพี่น้องนะคะ"
บทเรียนที่ได้รับ
เธอสรุปบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ว่า "อย่าไว้ใจใครเลย เชื่อตัวเอง เชื่อสัญชาตญาณของตัวเองนะคะ แล้วก็ไม่มีใครรักเราเท่าตัวเราค่ะ"
กำลังใจจากเพื่อนๆ
เจนสุดา เปิดเผยว่ายังคงติดต่อกับเพื่อนๆ ในแก๊งอย่างสม่ำเสมอ "คุยตลอดค่ะ" และทุกคนพยายามให้กำลังใจซึ่งกันและกัน "ทุกคนพยายามให้กำลังใจซึ่งกันและกันค่ะ เพราะว่ารู้อยู่แล้วว่าทุกคนกำลังเผชิญอะไรอยู่ มันก็เป็นเรื่องที่หนักหนาสำหรับชีวิตของทุกๆ คน และทุกๆ คนเขาก็มีขั้นตอนของชีวิตที่ไม่เหมือนกัน บางคนรู้สึกมาก บางคนรู้สึกน้อย คือมันวัดไม่ได้ เพียงแต่ว่าตอนนี้ก็จับมือแน่นๆ ให้กำลังใจซึ่งกันและกันค่ะ"
มุมมองต่อการแก้ปัญหาของนานา
เมื่อถามว่านานาพยายามแก้ไขปัญหาหรือไม่ เธอตอบสั้นๆ ว่า "ไม่ทราบเลยค่ะ มันเป็นอะไรที่วัดลำบากเนอะ ขอตอบว่าไม่ทราบค่ะ"
คำพูดถึงนานา
เจนสุดา ยืนยันว่าไม่มีอะไรอยากจะพูดกับอีกฝ่าย "ไม่มีค่ะ ไม่มีอะไรที่อยากจะพูดกับเขาเลยค่ะ แม้แต่คำเดียวก็ไม่มีค่ะ (ยิ้ม)"
การอโหสิกรรมและการเดินหน้าต่อไป
นักแสดงสาว กล่าวถึงความรู้สึกโกรธว่า "เจนพยายามอโหสิกรรมนะคะแล้วก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ของเราไปค่ะ การแบกความโกรธไว้มันก็หนักเราเองเนอะ เราก็ไม่รู้เขาหนักรึเปล่าเนอะ แต่เราน่ะหนัก เพราะฉะนั้นเราก็ไม่ได้อยากจะแบกสิ่งนั้นไว้บนบ่าของเจน เจนก็พยายามที่จะเดินหน้าทำงานไปในแต่ละวันให้ดีที่สุดค่ะ"



