กำลังเป็นประเด็นร้อนเรื่องการโดนล่วงละเมิดในวัยเด็ก และอีกหนึ่งคนที่เคยออกมาเปิดใจเล่าถึงเรื่องราวสุดเลวร้ายในวัยเด็กก็คือ ป๋าต๊อบ ปฏิญญา ควรตระกูล ที่เคยเล่าเรื่องราวสุดเจ็บปวดไว้เมื่อช่วง 2 ปีก่อน ที่เคยโดนคนขับรถของที่บ้าน ล่วงละเมิดทางเพศ จนตั้งครรภ์ ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนที่ ป๋าต๊อบ อายุประมาณ 11 ขวบ และ ป๋าต๊อบ ได้พูดไว้ว่า "ผู้หญิงควรที่จะมีเสียงเรื่องนี้ เราไม่ควรจะต้องปิดบังให้ผู้ชาย"
แผลใจที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก
ป๋าต๊อบ เล่าว่า "มันเป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นตัวผลักดันที่จะทำให้ตื่นรู้เพราะทุกอย่างมันเกิดมาให้พี่ ซึ่งเรื่องนี้มันหนักมาก ตั้งแต่อายุ 11 โดนข่มขืน โดนคนขับรถ พาไปเที่ยว ไปโรงเรียน พ่อแม่ก็มัวแต่ทำงานหาเงิน กลัวว่าเราจะไม่มีกิน เพราะว่าแกจนไง ก็ทำงานหาเงินตลอดเวลา ให้คนขับรถไปส่ง ไม่เคยได้ดูกลับ ขากลับมันก็แวะ พี่ไม่รู้นะว่านานแค่ไหน พี่จำไม่ได้ พี่ไม่มีความจำช่วงนั้นเลย แค่มีความรู้สึกเฉยๆ ว่ามันแปลกๆ มันรู้สึกไม่สบายตัว แล้วไม่รู้จะบอกใคร"
"ตอนนั้นพี่เดาว่าอายุ 11 พี่น่าจะมีประจำเดือนแล้ว เพราะว่าพี่ท้อง แล้วพี่ทำแท้งด้วย เพื่อนๆ ที่โรงเรียนบอกว่า หลังจาก ป.6 อยู่ดีๆ พี่ก็หายจากโรงเรียนไปเลย เขาก็งงว่าพี่หายไปไหน เพราะว่าแม่ส่งไปอังกฤษ ในตอนนั้นชีวิตไม่เมคเซ้น ร่างกายพี่มันตกอยู่ในสภาวะกลัว"
ทำไมถึงไม่บอกพ่อกับแม่
"เขารู้นะ เพราะน้าสาวพี่เห็นว่ารูปร่างพี่เปลี่ยนไป น่าจะเห็นว่ามีท้อง เขาก็เลยสงสัยว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นกับหลานสาวสักอย่าง นี่คือฟังจากผู้ใหญ่เล่าอีกทีนะ ประมาณนี้พี่จำไม่ได้ แล้วพอเขารู้ว่าพี่ท้องปุ๊บ ก็พาไปทำแท้ง หลังจากนั้นเขาก็ส่งพี่ไปเมืองนอก แล้วพี่ก็ไม่รู้ว่าเขาจัดการกับเรื่องนี้ต่อยังไง"
ชีวิตหลังจากถูกส่งไปอังกฤษ
"ชีวิตพี่ดีมาก พี่เป็นเด็ก Popular ของโรงเรียน เพื่อนชอบเพราะเป็นคนอารมณ์ดี ให้เล่นอะไรก็เล่น พูดภาษาอังกฤษไม่ได้สักคำ แต่ร้องเพลงภาษาอังกฤษได้เป็นชุด แต่ไม่รู้ว่าเพลงไหน มีความหมายยังไง ใครพูดด้วยก็ร้องเพลง เลยกลายเป็นเด็กที่เพื่อนชอบ เขาบอกว่าเป็นคนที่สว่างไสว ไปไหนก็มีแต่คนรัก พี่มีชีวิตที่ดีมาก"
พ่อแม่ทราบเรื่องตอนไหน
"ตั้งแต่เด็กนั่นแหละ ตัวคุณพ่อคุณแม่ก็มีระบบป้องกันตัวเอง เหมือนอย่างที่ตัวพี่มี พี่ดีลีทความจำทิ้ง ระบบป้องกันของทั้งสองท่าน คือไม่พูดเรื่องนี้อีก ถ้าพูดก็เจ็บ พูดก็รู้สึกว่าทำไมฉันเป็นพ่อแม่ที่ใช้ไม่ได้ ไม่ช่วยลูก"
"เราจัดการกับคนรถยังไง? ไม่ทราบครับ คงไม่ได้จัดการอะไรกับเขา แบบไปทำร้ายเขาหรืออะไร คงไม่ใช่"
"อโหสิกรรมให้เขาไหม? อโหสิกรรมแล้วครับ อโหสิกรรมไปหมดแล้ว เหตุการณ์ร้ายแรงในชีวิตพี่ มีเพื่อให้มีบทเรียนและมีการตื่นรู้ในชีวิต ทุกอย่างเป็นบทเรียน ถ้าหาบทเรียนในอุปสรรคทุกเรื่องได้ สิ่งที่เกิดมันก็ไม่เสียดาย"
การตัดสินใจพูดเรื่องนี้ออกมา
"ผู้หญิงควรที่จะมีเสียงเรื่องนี้ เราไม่ควรจะต้องปิดบังให้ผู้ชาย"
ตอนที่แม่รับฟังที่ป๋าพูด แม่เป็นยังไง? "บอกว่าไม่กล้าดูรายการเลย แม่ไม่จำเป็นต้องดู แต่หนูมีหน้าที่ที่จะต้องพูด แม่ก็ร้องไห้ อาทิตย์นั้น หลังจากที่รายการออก เป็นอาทิตย์กว่าๆ กว่าแม่จะกล้าพูดเรื่องนี้ออกมา พอพูดมาคำแรกปุ๊บน้ำตาใหลเลย แม่ร้องไห้"
คำแนะนำสำหรับผู้ที่เจอเหตุการณ์เดียวกัน
"ปัจจุบันนี้มี ฮอตไลน์ มีคนช่วยเหลืออีกมากมาย หาคนคุยด้วยที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องเข้าวัด ไปคุยกับพระ โทรตามฮอตไลน์ต่างๆ ที่เค้ารับฟัง หมอจิตแพทย์ ปล่อยมันออก คลายปมอันนี้ ถ้าคุณคลายออกมาได้คุณจะเจอเหตุผล พอคุณเจอเหตุผลคุณจะให้อภัยได้"
"พี่เคยให้น้องๆ ติดต่อพี่มานะครับ แล้วมีน้องๆ ติดต่อพี่มา เวลาพี่ออกรายการต่างๆ ก็จะมีน้องๆ มาหาพี่มากมาย แล้วก็มาทำเสียงบำบัดกับพี่ แล้วก็มารู้จักกับพี่ เราช่วยให้หลายคนดีขึ้น ประมาณ 90% ของน้องๆ ที่โทรมาดีขึ้น"
การตกผลึกจนแข็งแรง
"ก็ตั้งตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จนอายุ 60 แล้วการให้อภัย ไม่ใช่ให้อภัยทีเดียวแล้วจบ เพราะมันจะมีพฤติกรรมที่ตามมา พฤติกรรมที่เป็นปม พฤติกรรมอันที่เรามี สมมติโกรธง่าย พอเราเห็นอันนี้ให้อภัย แต่อีกอันขึ้นมาอีก มันจะค่อยผุดขึ้นมา ให้อภัยไปแต่ละเลเยอร์ ตอนนี้ยังไม่หมด"



