ทำเอานักร้องหนุ่มเสียงดี "บอย อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี" หรือ "บอย พีชเมกเกอร์" ออกมายอมรับแบบตรงๆ ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันว่าการหาเงินในยุคนี้ถือว่า "เหนื่อยแสนเหนื่อย" โดยเฉพาะในบทบาทของผู้ประกอบการที่ต้องแบกรับต้นทุนรอบด้าน
ธุรกิจชาบูคิงส์ได้รับผลกระทบ
เจ้าตัวเผยว่า ธุรกิจร้านชาบูคิงส์ได้รับผลกระทบตั้งแต่ช่วงที่มีข่าวสงคราม โดยเฉพาะต้นทุนด้านการขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากวัตถุดิบส่วนใหญ่ต้องนำเข้า ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าจะพยายามประคองธุรกิจให้ถึงที่สุด และจะยังไม่ปรับขึ้นราคาอาหาร เพราะต้องการช่วยให้ผู้บริโภคยังสามารถออกมารับประทานอาหารนอกบ้านได้ตามปกติ และไม่ได้หวังกอบโกยกำไร ขอแค่ให้ร้านยังอยู่รอด และพนักงานยังมีงานทำก็นับว่าโชคดีแล้ว
ปรับตัวในวงการบันเทิง
ในส่วนของงานในวงการบันเทิง บอยยอมรับว่าจำเป็นต้องปรับตัวเช่นกัน โดยเฉพาะการรับงานคอนเสิร์ต ที่ปัจจุบันลูกค้าแต่ละรายมีการคิดรอบคอบมากขึ้น ทั้งในเรื่องของงบประมาณและสเกลงานเพื่อความคุ้มค่าที่สุด ซึ่งเรื่องนี้เจ้าตัวพร้อมปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ หากสามารถลดค่าใช้จ่ายในบางส่วนได้ก็ยินดีช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการปรับรูปแบบการแสดง หรือการลดค่าใช้จ่ายด้านที่พักในกรณีที่สามารถเดินทางไป-กลับได้โดยไม่ต้องให้ศิลปินหรือทีมงานค้างคืน
ความเหมาะสมและเป็นธรรม
ซึ่งเรื่องนี้เจ้าตัวย้ำว่าการปรับลดค่าใช้จ่ายต่างๆ จะต้องอยู่บนพื้นฐานของความเหมาะสม และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยไม่มีการเอาเปรียบซึ่งกันและกัน เพื่อให้ทั้งศิลปินและผู้จ้างสามารถเดินหน้าต่อไปได้ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้



