ชากีราและเบอร์นาบอยปล่อยเพลง 'Dai Dai' เพลงประจำฟุตบอลโลก 2026
ชากีรา-เบอร์นาบอยปล่อย 'Dai Dai' เพลงฟุตบอลโลก 2026

ชากีรา ศิลปินเจ้าของรางวัล GRAMMY และ Latin GRAMMY ร่วมกับเบอร์นาบอย ปล่อยเพลงใหม่ 'Dai Dai' ซึ่งเป็นเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 ภายใต้สังกัด Sony Music Latin

การแสดงพักครึ่งนัดชิงชนะเลิศ

นอกจากการปล่อยเพลงแล้ว ชากีราเตรียมร่วมเป็นเฮดไลเนอร์โชว์พักครึ่งนัดชิงชนะเลิศ FIFA World Cup 2026 ในวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม ร่วมกับมาดอนนาและบีทีเอส โดยนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่นัดชิงฯ จะมีการแสดง Halftime Show ที่รวมศิลปินระดับโลก เพื่อสนับสนุนกองทุน FIFA Global Citizen Education Fund

เป้าหมายกองทุนเพื่อการศึกษา

ตามประกาศในงาน Global Citizen NOW ที่นครนิวยอร์ก เพลง 'Dai Dai' จะเป็นเพลงทางการของกองทุน FIFA Global Citizen Education Fund ซึ่งมีเป้าหมายระดมทุน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในช่วงจบฟุตบอลโลก 2026 เพื่อนำไปสนับสนุนการศึกษาและการเข้าถึงกีฬาสำหรับเด็กทั่วโลก โดยชากีราร่วมมือกับ Global Citizen และ FIFA เพื่อช่วยขยายโอกาสทางการศึกษาให้เด็กในชุมชนที่ขาดแคลน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รายได้จากเพลงและคอนเสิร์ต

รายได้ค่าลิขสิทธิ์ของเพลง 'Dai Dai' จะถูกบริจาคเข้าสู่กองทุนดังกล่าว ขณะที่ Sony Music จะสมทบทุน 250,000 ดอลลาร์แรกที่ระดมได้ นอกจากนี้ ชากีรายังบริจาค 1 ดอลลาร์จากทุกบัตรคอนเสิร์ตทัวร์ 'Las Mujeres Ya No Lloran' ให้กับกองทุนการศึกษานี้อีกด้วย

คำกล่าวของเบอร์นาบอย

เบอร์นาบอยกล่าวว่า 'ฟุตบอลโลกคือหนึ่งในไม่กี่สิ่งที่คนทั้งโลกได้สัมผัสร่วมกัน ฟุตบอลและดนตรีพูดภาษาเดียวกัน มันเชื่อมผู้คนเข้าหากันไม่ว่าคุณจะมาจากไหน และการได้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลานี้ผ่านเสียงดนตรีมีความหมายกับผมมาก'

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ทัวร์คอนเสิร์ตของชากีรา

ในช่วงซัมเมอร์นี้ ชากีราเตรียมออกทัวร์คอนเสิร์ตพิเศษที่มีโชว์จำนวนจำกัดในสหรัฐอเมริกา ภายใต้เวิลด์ทัวร์ 'Las Mujeres Ya No Lloran World Tour' เปิดโอกาสให้แฟน ๆ ได้สัมผัสโปรดักชันสุดตระการตาอย่างใกล้ชิดในรูปแบบอารีน่าที่มีความเป็นกันเองมากยิ่งขึ้น โดยบัตรเข้าชมเปิดจำหน่ายผ่าน Shakira Official Website

นอกจากนี้ ในเดือนตุลาคม ชากีราจะขึ้นแสดงเรสซิเดนซีคอนเสิร์ตสเตเดียมที่มาดริด จำนวน 11 รอบติดต่อกัน พร้อมสร้างสนามเฉพาะกิจในชื่อ 'Shakira Stadium' สำหรับโชว์ครั้งนี้โดยเฉพาะ ซึ่งล่าสุดมียอดจำหน่ายบัตรแล้วมากกว่า 500,000 ที่นั่ง

คอนเสิร์ตประวัติศาสตร์ที่บราซิล

เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ชากีราสร้างความประทับใจให้แฟนเพลงกว่า 2 ล้านคนบนชายหาดโคปาคาบานา ในคอนเสิร์ต 'Todo Mundo No Rio' ประจำปี โดยนับเป็นการกลับมาแสดงที่บราซิลอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นประเทศที่เธอเริ่มต้นเส้นทางทัวร์คอนเสิร์ตระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก ตลอดโชว์ชากีราสื่อสารกับแฟน ๆ เป็นภาษาโปรตุเกส พร้อมขนเพลงฮิตมาร้องแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น Hips Don't Lie, La Tortura และ La Bicicleta โชว์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ยังเป็นการสะท้อนวัฒนธรรมบราซิล ผ่านการปรากฏตัวของแขกรับเชิญมากมาย อาทิ Anitta ที่ร่วมเปิดตัวเพลงใหม่ 'Choka Choka', Caetano Veloso ในเพลง 'O Leãozinho', Maria Bethânia และ Unidos da Tijuca ในเพลง 'O Que É, O Que É', กลุ่มนักเต้น Mare Dance ในการแสดง 'Waka Waka', รวมถึง Ivete Sangalo ในเพลง 'País Tropical'

'Todo Mundo No Rio' ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น 'คอนเสิร์ตที่ใหญ่ที่สุดในโลก' ถือเป็นอีเวนต์สำคัญของรีโอเดจาเนโร ที่เฉลิมฉลองดนตรี วัฒนธรรม และชุมชน โดยเปิดให้เข้าชมฟรีทั้งหมด งานครั้งนี้ทำลายสถิติด้วยจำนวนผู้เข้าชมมากกว่า 2 ล้านคน กลายเป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตที่มีผู้ชมมากที่สุดตลอดกาล

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ การแสดงของชากีรายังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมหาศาลให้กับเมือง โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 800 ล้าน และทำให้ยอดการจองการเดินทางเพิ่มขึ้นถึง 123%

ความร่วมมืออื่น ๆ

ล่าสุด Zara Larsson ได้ชวนชากีรามาร่วมงานในเพลง 'Eurosummer' ซึ่งอยู่ในอัลบั้มเวอร์ชันดีลักซ์ 'Midnight Sun: Girls Trip'

สถิติทัวร์ของชากีรา

ขณะเดียวกัน Billboard ยังยกให้ชากีราเป็นเจ้าของ 'ทัวร์ศิลปินฮิสแปนิก ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล' จากเวิลด์ทัวร์ 'Las Mujeres Ya No Lloran World Tour' ซึ่งทำรายได้รวมถึง 421.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการแสดงสเตเดียม 82 รอบทั่วสหรัฐฯ และลาตินอเมริกา พร้อมยอดผู้ชมกว่า 3.3 ล้านคน

เบอร์นาบอยบนเวทีโลก

สำหรับเบอร์นาบอย ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญบนเวทีโลกในเส้นทางอาชีพที่เชื่อมโยงดนตรี กีฬา และวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างโดดเด่น เขาได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะหนึ่งในศิลปินแอฟริกันที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุค ด้วยเอกลักษณ์การแสดงสดอันทรงพลัง การผสมผสานแนวดนตรีที่หลากหลาย และบทบาทสำคัญในการผลักดันเสียงดนตรีและวัฒนธรรมแอฟริกันสู่เวทีสากล

จากการขึ้นแสดงในอารีนาและสเตเดียมระดับโลก ไปจนถึงการปรากฏตัวบนเวทีสำคัญอย่าง NBA All-Star Game รวมถึงความร่วมมือที่เชื่อมโลกของดนตรีและกีฬาอย่างต่อเนื่อง เบอร์นาบอยยังคงนิยามภาพใหม่ของศิลปินแอฟริกันในระดับโลกอย่างไม่หยุดนิ่ง ปัจจุบันเขากำลังเดินหน้าทัวร์นานาชาติครั้งสำคัญ ซึ่งยิ่งตอกย้ำสถานะของเขาในฐานะหนึ่งในศิลปินแสดงสดและกระบอกเสียงทางวัฒนธรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกในยุคปัจจุบัน