เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ยืนยันโดนฟ้อง 70 ล้าน ไม่ใช่คอนเทนต์ ขอความเป็นธรรม
นักร้องลูกทุ่งสาวแดนใต้ เจนนี่ รัชนก สุวรรณเกตุ หรือ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ได้ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่า การโดนฟ้องคดีละเมิดเครื่องหมายการค้าเป็นมูลค่า 70 ล้านบาทนั้น ไม่ใช่คอนเทนต์สร้างกระแส อย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจผิด พร้อมเรียกร้องขอความเป็นธรรมในฐานะผู้รับจ้างขายของเพียงเท่านั้น
ข้อพิพาทแบรนด์ขนมเปี๊ยะที่เจนนี่ไม่ทราบมาก่อน
เจนนี่เปิดเผยว่า เธอรับงานขายขนมเปี๊ยะแบรนด์ดังในช่วงเทศกาลเจนนี่ ด้วยเรทราคาปกติเช่นเดียวกับการรับงานแบรนด์อื่นๆ โดยเธอ ไม่มีส่วนรู้เห็นหรือส่วนได้ส่วนเสียใดๆ กับการก่อตั้งแบรนด์ดังกล่าว และไม่เคยทราบมาก่อนว่าแบรนด์ขนมเปี๊ยะนี้มีข้อพิพาทเรื่องชื่อและเครื่องหมายการค้ากับอีกแบรนด์หนึ่ง ซึ่งชื่อซ้ำกันแต่ไม่ใช่สินค้าประเภทขนม
จนกระทั่งเธอได้รับเอกสารคำฟ้องจากคู่กรณีของทางแบรนด์ขนมเปี๊ยะ ที่ฟ้องร้องว่าเจนนี่ร่วมมือกับแบรนด์ในการละเมิดเครื่องหมายการค้า และเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายสูงถึง 70 ล้านบาท เจนนี่ย้ำว่า คนที่ฟ้องเธอไม่ใช่แบรนด์ขนมเปี๊ยะ แต่เป็นคู่กรณีของแบรนด์นั้น ซึ่งการฟ้องนี้เป็นการฟ้องร่วมประมาณ 6-7 คน รวมถึงเจนนี่และแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้อง
การชี้แจงผ่านโซเชียลมีเดียและความใกล้ชิดวันขึ้นศาล
หลังจากที่มีกระแสดราม่าออกมามากมาย บ้างสงสัยว่าเป็นคอนเทนต์สร้างกระแส บ้างตั้งคำถามถึงเจตนาของผู้ฟ้อง เจนนี่จึงโพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า "เรื่องโดนฟ้อง 70 ล้าน ไม่ใช่คอนเทนต์" และเธอไม่เคยอยากมีปัญหากับใคร แต่เนื่องจากใกล้ถึงวันขึ้นศาลแล้ว จึงอยากให้สาธารณชนได้รับรู้และช่วยตีแผ่เรื่องราวนี้
เจนนี่กล่าวเพิ่มเติมว่า เธอได้รับเอกสารคำฟ้องมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เพิ่งออกมาพูดเพราะต้องการให้ทุกคนทราบถึงกรณีนี้ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้รับงานขายของอื่นๆ และเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับตัวเอง เธอย้ำว่าไม่ทราบรายละเอียดข้อพิพาทระหว่างแบรนด์ และหวังว่าศาลจะให้ความเป็นธรรมกับเธอในฐานะบุคคลที่เพียงรับจ้างขายของเท่านั้น
กรณีนี้สะท้อนถึงความเสี่ยงที่บุคคลในวงการบันเทิงอาจเผชิญ เมื่อรับงานโฆษณาหรือขายสินค้า โดยไม่ทราบถึงข้อพิพาททางกฎหมายของแบรนด์ ซึ่งเจนนี่ได้เรียกร้องให้สังคมเข้าใจและสนับสนุนการต่อสู้คดีเพื่อความยุติธรรมต่อไป



