กกต. เผยความคืบหน้าเลือกตั้ง 2569 พบคำร้องคัดค้าน 113 เรื่อง ไต่สวนแล้ว 39 คดี
นายภาสกร สิริคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แถลงความคืบหน้าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ครั้งล่าสุด โดยเปิดเผยว่ามีคำร้องคัดค้านรวมทั้งหมด 113 เรื่อง แบ่งเป็นคำร้องจากประชาชนจำนวน 99 เรื่อง และสำนักงานตรวจพบเองอีก 14 เรื่อง ในจำนวนนี้ กกต. ได้สั่งรับไต่สวนแล้ว 39 เรื่อง ซึ่งกระบวนการดังกล่าวคาดว่าจะใช้เวลาในการวินิจฉัยประมาณ 6 ถึง 8 เดือน
ข้อกล่าวหาส่วนใหญ่เน้นการหาเสียงหลอกลวงและซื้อเสียง
รองเลขาธิการ กกต. ระบุว่า ข้อกล่าวหาส่วนใหญ่ในคำร้องคัดค้านเกี่ยวข้องกับการหาเสียงหลอกลวง 68 เรื่อง และการซื้อเสียง 31 เรื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการทุจริตในการเลือกตั้งอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ยังมีข้อเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในบางพื้นที่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณา
สำหรับกรณีนับคะแนนใหม่ กกต. ได้ทยอยเผยแพร่ผลคะแนนรายหน่วยผ่านเว็บไซต์เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะในเขต 1 จังหวัดชลบุรี คาดว่าจะสรุปและเสนอผลได้ภายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ส่วนเหตุการณ์บุคคลภายนอกเข้าร่วมนับคะแนนในจังหวัดปทุมธานี ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด
มาตรการความปลอดภัยและขั้นตอนการร้องเรียน
นายภาสกร ยืนยันว่า หีบบัตรเลือกตั้งที่จำหน่ายออนไลน์ไม่สามารถใช้แทนของทางราชการได้ เนื่องจากมีมาตรการความปลอดภัยเฉพาะที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการปลอมแปลง พร้อมชี้แจงว่ารูปแบบการขีดคะแนนที่แตกต่างกันในแต่ละเขตสามารถทำได้ตามดุลยพินิจของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
ผู้ประสงค์จะร้องเรียนต้องยื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 30 วันนับจากวันเลือกตั้ง และเตือนว่าการร้องเท็จอาจมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งมาตรการนี้มีขึ้นเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง
กลุ่มประชาชนชุมนุมเรียกร้องความโปร่งใส
ขณะเดียวกัน กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมด้วยภาคประชาชน ได้ปักหลักชุมนุมหน้าสำนักงาน กกต. ตั้งแต่เช้า มีข้อเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศและเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ภายหลังการแถลงข่าวของ กกต. นายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ ตัวแทนกลุ่มดังกล่าว เปิดเผยว่า กกต. ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องการนับคะแนนใหม่และกำหนดการประกาศผลเลือกตั้ง จึงเห็นว่า กกต. ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ทั้งๆ ที่มีการเรียกร้องจากประชาชน
นายนภสินธุ์ ระบุเพิ่มเติมว่า หาก กกต. เปิดให้นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศและผลออกมาเหมือนเดิม กลุ่มก็พร้อมยอมรับ แต่ต้องการเพียงให้ กกต. แสดงความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลของสาธารณชนต่อกระบวนการเลือกตั้ง
การพัฒนานี้เกิดขึ้นในขณะที่หน่วยงานอื่นๆ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปง.) ได้ส่งคดีอัยการเพื่อยึดทรัพย์ในกรณีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมืองโดยรวม การติดตามความคืบหน้าจาก กกต. และการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของประชาชนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้งของประเทศต่อไป