30 พฤษภาคม 2569 กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ชั่วข้ามคืน สำหรับกรณีแชตไลน์หลุดปริศนาที่ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ออกมาหงายการ์ดแฉว่า เป็นแชตของ “อธิบดีกรมการปกครอง” ที่ส่งข้อความสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” พร้อมแนบโพลสัดส่วนคะแนนนิยมผู้สมัคร สส. ภูเก็ต จนฝ่ายค้านหยิบไปถล่มรัฐบาลยับเยิน
ล่าสุดเรื่องราวกลับตาลปัตรและส่อแวว “คดีพลิกหนังคนละม้วน” เมื่อมีการกางหลักฐานตรวจสอบเชิงลึก รายงานข่าวจากกระทรวงมหาดไทย เผยผลการจับผิดแชตหลุดดังกล่าว โดยนำรายชื่อผู้สมัคร สส. ภูเก็ต ทั้ง 3 เขตในแชต ไปเทียบกับประกาศอย่างเป็นทางการของ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พบว่าข้อมูลคลาดเคลื่อน-ผิดเพี้ยนอย่างรุนแรง มีการจับเอาชื่อคนที่ไม่เกี่ยวข้อง ดึงปลัดอำเภอ และ สว. คนปัจจุบันมาสวมรอยเพียบ
เขต 1 โป๊ะจุดแรก
ในแชตระบุเบอร์ 2 คือ นายวิสุทธิ์ โรจินทร์ (พรรค รทสช.) แต่ประกาศ กกต. จริงคือ นายศุภชัย ศิลปะรัศมี (พรรคเศรษฐกิจ) ซึ่งแท้จริงแล้ว นายวิสุทธิ์ ปัจจุบันยังเป็น ปลัดอาวุโสอำเภอถลาง และเป็น ผอ.การเลือกตั้งเขต 1 ไม่เคยลาออกมาสมัคร สส. เลยสักครั้ง
เขต 2 มั่วหนักสุดถึง 4 รายชื่อ
ในแชตระบุเบอร์ 4 คือ นายนิพนธ์ เอกวานิช (พรรคประชาธิปัตย์) แต่ประกาศจริงคือ นางณัฐพร ผาณิตพิเชฐวงศ์ (พรรคเพื่อไทย) ซึ่งตัวจริงของ นายนิพนธ์ ปัจจุบันยังคงนั่งเก้าอี้ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อยู่ในสภาฯ ส่วนรายชื่ออื่น ๆ อย่าง นายอาวุธ หนูเชต และ นายวงศกร ชนะกิจ พรรคและชื่อก็เพี้ยนจนกู่ไม่กลับ
เขต 3 สลับกันนัว
ในแชตระบุเบอร์ 5 คือ นายชัยยศ ปัญญาไวย แต่ประกาศ กกต. จริงคือ น.ส.สิริเกศ ฉั่วสกุล นอกจากนี้ในเบอร์ 6 และ 7 ก็มีการสลับชื่อผู้สมัครและพรรคการเมืองมั่วไปหมด
จากความผิดพลาดชนิด “ตกม้าตาย” ของข้อมูลในแชตหลุดนี้ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตีกลับทันทีว่า เอกสารชิ้นนี้อาจถูก “เซตฉากทำปลอมขึ้นมา” เพื่อหวังดิสเครดิตอธิบดีกรมการปกครอง และเบี่ยงประเด็นความขัดแย้งในพื้นที่ ก่อนหน้านี้ กรมการปกครองได้รุกคืบส่งเรื่องให้ ปปง. เข้าตรวจสอบเส้นทางการเงินของข้าราชการหลายรายในจังหวัดภูเก็ต ที่มีพฤติกรรมเอี่ยวเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมาย หลังจากกลุ่มผู้ประกอบการสถานบันเทิงในหาดป่าตองทนไม่ไหว เข้าร้องเรียนให้รัฐบาลปราบปรามผู้มีอิทธิพล มาเฟียธุรกิจสีเทาที่ไล่เก็บส่วยและบุกรุกพื้นที่สาธารณะ หลายฝ่ายจึงคาดว่า การปล่อยแชตไลน์มั่ว ๆ ชิ้นนี้ น่าจะเป็นการดิ้นรนสู้กลับของกลุ่มผู้เสียประโยชน์ในพื้นที่ ที่กำลังจะถูกเช็กบิลล้างบาง



