“ไชยชนก ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังจากถูกฝ่ายค้านตั้งกระทู้ถามถึงความโปร่งใสของโครงการ TH AI Passport มูลค่า 1,621 ล้านบาท ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้กับคนไทยที่มีอายุมากกว่า 15 ปี จำนวน 5 ล้านคน โดยเปิดให้เข้าถึงและใช้งาน Generative AI ชั้นนำไม่ต่ำกว่า 12 โมเดล โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 1 ปี
ที่มาของโครงการ TH AI Passport
โครงการนี้เกิดขึ้นภายใต้การบริหารของกระทรวงดีอี โดยใช้เงินจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งบริหารจัดการโดยคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE การใช้เงินในครั้งนี้เป็นการชงงบประมาณเอง อนุมัติเอง และใช้งบเอง ในวงเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเป็นการสนับสนุนค่าใช้จ่ายรายหัวให้กับกลุ่มเป้าหมาย 5 ล้านคน ในการใช้บริการโมเดล AI พรีเมียมระดับโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติ
ข้อกังวลเรื่องความโปร่งใส
แม้โครงการนี้จะไม่อยู่ในกรอบวงเงินงบประมาณปกติ แต่เป็นการขออนุมัติเงินกองทุนซึ่งมีขั้นตอนน้อยกว่า แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นความริเริ่มของรัฐมนตรีไชยชนก ซึ่งยอมรับเองว่า “เป็นนโยบายของผมที่ช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว” จึงถูกคาดหวังว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส เพื่อให้สาธารณชนรับทราบและตรวจสอบได้ แต่กลับพบว่าการประชุมบอร์ดกองทุนดีอีที่อนุมัติงบประมาณโครงการนี้ ไม่ได้มีการเผยแพร่ข่าวต่อสื่อมวลชนเหมือนเช่นเคย โดยการประชุมดังกล่าวมี “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ก่อนที่จะมีการประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้างในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568
การเปิดเผยข้อมูลล่าช้า
การพูดถึงโครงการนี้อย่างเปิดเผยต่อสื่อมวลชนเกิดขึ้นหลังจากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเสร็จสิ้นไปแล้ว และเตรียมเปิดตัวโครงการในเดือนมิถุนายน 2569 ทั้งรัฐมนตรีว่าการและปลัดกระทรวงดีอีให้สัมภาษณ์ถึงความกังวลว่าโครงการจะไม่แพร่หลาย จึงต้องมีแผนประชาสัมพันธ์ภายใต้วงเงินราว 40 ล้านบาท โดยหวั่นว่าผู้สนใจใช้ AI ระดับพรีเมียมจะมีไม่มากพอ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าตัวเลขเป้าหมาย 5 ล้านคน อาจสูงเกินความต้องการจริง และกระทรวงดีอีไม่มีข้อมูลจำนวนผู้ใช้ AI พรีเมียมที่ชำระค่าบริการรายเดือนในประเทศไทยอย่างชัดเจน
เปรียบเทียบกับโครงการก่อนหน้า
ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤศจิกายน 2568 รัฐมนตรีไชยชนกได้จับมือกับกูเกิล คลาวด์ แจกแพ็กเกจ AI ระดับโปร (Google AI Pro) มูลค่าเดือนละ 750 บาท ฟรี 1 ปี ให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษาอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยไม่จำกัดจำนวน ครั้งนั้นมีผู้สมัครใช้สิทธิ์ประมาณ 200,000 ราย จากจำนวนนักเรียน นักศึกษาที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายประมาณ 3 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าความสนใจอาจไม่สูงเท่าที่คาด
ข้อวิจารณ์จากฝ่ายค้าน
การใช้เงินจำนวน 1,600 ล้านบาท บนความไม่แน่ใจว่ากลุ่มเป้าหมายจะมีมากพอและสนใจหรือไม่ ประกอบกับขาดการชี้แจงที่ทันเวลา ทำให้โครงการนี้ถูกมองว่าไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลต้องกู้เงินกว่า 400,000 ล้านบาทเพื่อพยุงค่าครองชีพและเศรษฐกิจ ทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ฝ่ายค้านจากพรรคประชาชนยังตั้งข้อสังเกตหลายประการ ตั้งแต่ผู้ชนะการประมูลซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าทีเอช ประกอบด้วย บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด และบริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ในมูลค่า 1,621 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าราคากลาง 29 ล้านบาท ตลอดจนรายละเอียดของโครงการที่ยังไม่ชัดเจน เช่น การแจกให้ใคร แบบไหน และบริหารการใช้งานอย่างไร ซึ่งถูกเขียนไว้กว้างๆ ทำให้สังคมโดยรวมเกิดความสงสัย



