นายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเมียนมาที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงและกระทรวงการต่างประเทศติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย โดยเฉพาะด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนและกระแสผู้ลี้ภัย
การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานสถานการณ์เป็นระยะ เพื่อให้สามารถปรับแผนรองรับได้ทันทีหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งมีการเคลื่อนไหวของกองกำลังติดอาวุธและการปะทะกันระหว่างรัฐบาลเมียนมากับกลุ่มชาติพันธุ์
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
จากการประเมินเบื้องต้น พบว่าสถานการณ์ในเมียนมาอาจส่งผลกระทบต่อไทยในหลายด้าน อาทิ การไหลทะลักของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย การค้าชายแดนที่อาจหยุดชะงัก และปัญหาด้านมนุษยธรรมจากผู้หนีภัยความไม่สงบ นอกจากนี้ยังอาจกระทบต่อความมั่นคงภายในประเทศหากกลุ่มผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสสร้างความไม่สงบ
มาตรการรองรับ
รัฐบาลได้เตรียมมาตรการรองรับไว้หลายด้าน เช่น การเพิ่มกำลังทหารตามแนวชายแดน การจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยความไม่สงบ และการประสานงานกับองค์กรระหว่างประเทศเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศหารือกับรัฐบาลเมียนมาเพื่อหาทางออกอย่างสันติ
นายกรัฐมนตรีย้ำว่าไทยยึดมั่นในหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศเพื่อนบ้าน แต่พร้อมให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตามความเหมาะสม พร้อมทั้งขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและติดตามข่าวสารจากทางการเท่านั้น



