กมธ.ปภ.เร่งแผนรับมือน้ำท่วมแม่สาย-น่าน ดันพนังกั้นน้ำ-ระบบเตือนภัย
กมธ.ปภ.เร่งแผนรับมือน้ำท่วมแม่สาย-น่าน ดันพนังกั้นน้ำ

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.68 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาการบริหารจัดการน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และความคืบหน้าการบริหารจัดการอุทกภัย การเยียวยาผู้ประสบภัย รวมถึงแผนรับมือระยะเร่งด่วนในพื้นที่จังหวัดน่าน โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมชี้แจงและให้ข้อมูล

แผนรับมือน้ำท่วมแม่สาย 2 ระยะ

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ เปิดเผยหลังการประชุมว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วนและระยะยาว โดยในระยะเร่งด่วนยังมีปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำที่เป็นอาคารราชพัสดุที่ต้องรื้อถอน แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ จำเป็นต้องทำหนังสือขอความชัดเจนจากกรมธนารักษ์ ที่ผ่านมาจังหวัดเชียงรายได้รอการรื้อถอนอาคารตั้งแต่ 4 ธ.ค.67 และอีกครั้งในวันที่ 20 เม.ย.69 แต่ก็ยังไม่สามารถรื้ออาคารและก่อสร้างพนังชั่วคราวได้ ซึ่งไม่ทันต่อสถานการณ์ในปีนี้ แม้ว่าจังหวัดจะขออนุมัติงบประมาณ 39 ล้านบาทแล้วก็ตาม แต่ยังติดขัดเรื่องการอนุมัติจากกรมธนารักษ์ คณะกรรมาธิการฯ จะติดตามการแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิดทุกสัปดาห์ เนื่องจากการรื้อถอนอาคารดังกล่าวจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่แม่สายได้อย่างมาก

ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว 3 ครั้ง เกี่ยวกับการสร้างพนังและแนวป้องกันน้ำท่วมถาวร ซึ่งจะมีชาวบ้านได้รับผลกระทบประมาณ 800 หลังคาเรือน โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ไม่มีเอกสารสิทธิ์ประมาณ 500 คน และผู้มีเอกสารสิทธิ์ เช่น ที่ธนารักษ์ โฉนด จำนวน 134 คน ซึ่งจำเป็นต้องวางแผนรายละเอียดร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ในเรื่องแนวทางการอพยพหรือการเยียวยา รวมถึงแผนงบประมาณก่อสร้างป้องกันน้ำท่วมถาวรเมืองแม่สาย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ตัวแทน พอช. ระบุว่าพื้นที่ อ.แม่สาย ยังไม่มีโครงการของ พอช. ในปัจจุบัน แต่ในปี 2570 ได้มีการตั้งงบประมาณเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดย อ.แม่สาย เป็นหนึ่งในพื้นที่ดำเนินการ หลักการทำงานที่สำคัญคือการเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน การชดเชยและเยียวยา โดยภาคนโยบายต้องลงมาหารือร่วมกัน เนื่องจากปัญหาพื้นที่มีความซับซ้อน ไม่เฉพาะเรื่องที่ดิน แต่ยังรวมถึงปัญหาสถานะบุคคล ผู้ไร้สัญชาติ และกระแสต่อต้านจากคนในพื้นที่ ซึ่งจำเป็นต้องเร่งสร้างความเข้าใจ

รายละเอียดโครงการป้องกันน้ำท่วมระยะยาว

ตัวแทนกรมโยธาธิการและผังเมืองชี้แจงถึงโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาวในพื้นที่ อ.แม่สาย ว่ามีการศึกษาและออกแบบก่อสร้างพนังสูง 3 เมตร พร้อมกำแพง 1 เมตร รวมความสูง 4 เมตร ระยะทางประมาณ 3,900 เมตร ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 6 ส่วน เช่น การสร้างคันกั้นน้ำ เขื่อนป้องกันตลิ่ง และการปรับภูมิทัศน์ ค่าก่อสร้างรวมประมาณ 3,800 ล้านบาท หลังจากรับฟังความเห็น 3 ครั้ง จะแล้วเสร็จในเดือน มิ.ย.นี้ และต้องเริ่มก่อสร้างในปี 2571 หลังจากผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) จากนั้นสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จะเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี

ความคืบหน้าการซ่อมพนังชั่วคราวและระบบเตือนภัย

นายประเสริฐ จิตพลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รายงานความคืบหน้าการซ่อมพนังชั่วคราวว่ามีความคืบหน้าร้อยละ 60 โดยหน่วยทหารพัฒนา 3 จำนวน 60 นาย เร่งซ่อมแซม คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย.นี้ ภายใน 45 วัน ขณะเดียวกัน ปภ.เขต 15 และ อบจ.เชียงราย ได้เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ โดยเฉพาะบริเวณสะพานมิตรภาพแห่งที่ 1

ในส่วนของระบบโทรมาตรที่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภา)ยามยาก และ สทนช. ติดตั้งในพื้นที่แม่สายจำนวน 6 จุด แบ่งเป็นในเมียนมา 3 จุด และไทย 3 จุด ตรวจสอบแล้วยังใช้งานได้ปกติ ซึ่งจะช่วยแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำล่วงหน้าอย่างน้อย 8-9 ชั่วโมง นอกจากนี้ อ.แม่สาย ยังเป็นพื้นที่หลักในการซ้อมแผนระดับประเทศ โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้จัดซ้อมแผนรองรับสถานการณ์ ทั้งการเตือนภัย การอพยพ การช่วยเหลือ และการเยียวยา

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน

นายภัทรพงษ์ กล่าวถึงจังหวัดน่านว่าการป้องกันภัยในพื้นที่ยังมีความล่าช้า งบประมาณน้ำท่วมปี 2568 จำนวน 125 ล้านบาท ยังอยู่ระหว่างรอการช่วยเหลือ และยังรอการขุดลอกในปี 2570 ของกรมเจ้าท่าในพื้นที่เขตเมืองน่านจำนวน 2 จุด และอีก 18 จุด ซึ่งในปีนี้การขุดลอกอาจไม่ทันต่อการรับมือน้ำท่วม เพื่อลดความสูญเสีย นักวิชาการเสนอให้จัดทำแผนที่ชัดเจนว่าระบบสามารถรองรับน้ำได้เท่าใด และเตรียมแผนอพยพโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง จ.น่าน มีเวลา 1 เดือนก่อนฤดูน้ำหลาก จึงได้ตั้งวอร์รูมที่ อบจ.น่าน เพื่อบูรณาการแผนแจ้งเตือนภัย

กรณี “ฝายธงน้อย” ที่อาจเป็นปัจจัยทำให้น้ำยกตัวและเอ่อท่วมเขตเทศบาลเมืองน่าน คณะกรรมาธิการฯ จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ฝายธงน้อยเป็นสิ่งก่อสร้างที่ปิดกั้นแม่น้ำน่านเพื่อผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ

การพัฒนาระบบเตือนภัยและปัญหาการขุดลอก

นายครรชิต ชมภูแดง หัวหน้า ปภ.จ.น่าน รายงานถึงการพัฒนาระบบเตือนภัยปี 2569 โดยจังหวัดได้ตั้งคณะทำงาน มี ผอ.โครงการชลประทาน จ.น่าน เป็นประธาน เพื่อพัฒนาระบบเตือนภัยและระบบโทรมาตร ร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ปภ. และชลประทาน โดยจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำที่ อบจ.น่าน เพื่อประมวลและวิเคราะห์ปริมาณน้ำ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

ตัวแทนกรมชลประทานชี้แจงถึงปัญหาการขุดลอกแบบต่างตอบแทน ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ระหว่างท้องถิ่นกับเอกชน พบว่าบริษัทรับเหมาหนี้งาน เนื่องจากการขุดลอกแม่น้ำน่านไม่คุ้มค่าเนื่องจากตะกอนทรายและดินไม่เป็นที่ต้องการและไม่คุ้มค่าเชิงพาณิชย์

ระบบเตือนภัยในปี 2568 ยังพบปัญหาการเตือนภัยไม่ครอบคลุมและไม่ทันเวลา การคาดการณ์ยังคลาดเคลื่อน ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จึงจำเป็นต้องบูรณาการข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา และกำหนดระดับเตือนภัยพื้นที่เสี่ยงจากน้ำฝนและน้ำท่าให้ครอบคลุมมากขึ้น

แนวป้องกันน้ำท่วมเขตเมืองน่าน

ด้านโยธาธิการและผังเมือง จ.น่าน รายงานถึงแนวการก่อสร้างพนังป้องกันน้ำท่วมเขตเมืองน่าน ซึ่งมีการก่อสร้าง 4 ระยะ เริ่มตั้งแต่ปี 2555 และปัจจุบันปี 2569 อยู่ระหว่างเสริมแนวป้องกัน ส่วนงบประมาณอยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้าง สำหรับปี 2570 การก่อสร้างกำแพงเพิ่มเติมอยู่ระหว่างของบประมาณ 250 ล้านบาท ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ มีความกังวลเกี่ยวกับการขุดลอกแม่น้ำน่านที่อาจไม่ทันปีนี้ โดยเฉพาะ 18 จุดที่เป็นพื้นที่โค้งน้ำและสะสมตะกอน รวมถึงพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองน่าน

รศ.ชูโชค อายุพงษ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยด้านการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ ม.เชียงใหม่ กล่าวถึงสิ่งจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ปัญหาน้ำท่วมน่านปีนี้ ต้องเร่งขุดลอกแม่น้ำช่วง 10 กม. ที่ไหลผ่านเมือง โดยกรมเจ้าท่าต้องเป็นผู้ของบประมาณพิเศษผ่านคณะกรรมการลุ่มน้ำน่านและจังหวัดน่านเท่านั้น จังหวัดต้องบอกความจริงกับประชาชนว่ารับน้ำได้กี่ลูกบาศก์เมตร หากปริมาณน้ำน่านเกิน 2,800 ลบ.ม./วินาที จะต้องอพยพ โดยรถจมน้ำเป็นตัวชี้วัด ส่วนฝายธงน้อยที่กั้นแม่น้ำน่านเพื่อผลิตไฟฟ้าสามารถดันน้ำเอ่อได้ 10 กม. ถึงโรงพยาบาลน่านหรือไม่ ต้องนำข้อมูลมาหารือร่วมกัน

ทั้งนี้ พื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เกิดน้ำท่วมใหญ่ในปี 2567 และ อ.เมือง จ.น่าน เกิดน้ำท่วมใหญ่ในปี 2568 สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ ชีวิต และทรัพย์สินจำนวนมาก