สมช.ยกเลิก MOU 44 ไทย-กัมพูชา หันใช้ UNCLOS ปกป้องผลประโยชน์ทางทะเล
สมช.ยกเลิก MOU 44 ไทย-กัมพูชา หันใช้ UNCLOS

รัฐบาลไทยได้ตัดสินใจครั้งสำคัญในการปรับเปลี่ยนกรอบความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรและผลประโยชน์ของประเทศ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยมติของที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ที่เห็นชอบให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจร่วมกันระหว่างไทย-กัมพูชาว่าด้วยการอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อน ซึ่งลงนามไว้ตั้งแต่ปี 2544 หรือที่รู้จักกันในชื่อ MOU 44 โดยไทยจะปรับเปลี่ยนไปใช้กลไกตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล หรือ UNCLOS แทน หลังจากนี้ เรื่องจะถูกเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ก่อนให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

เหตุผลสำคัญในการยกเลิก MOU 44

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงเหตุผล 3 ประการที่ทำให้รัฐบาลต้องยกเลิก MOU 44 ได้แก่ ประการแรก MOU 44 ซึ่งเป็นกรอบการเจรจาบริหารทรัพยากรร่วมกันใต้ทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา ถูกใช้มาเป็นเวลากว่า 20 ปี แต่มีการเจรจาเพียง 5 ครั้ง และไม่สามารถบรรลุข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ กลับกัน กลับก่อให้เกิดข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเลและความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ โดยไม่มีแนวทางที่จะนำไปสู่การพัฒนาและบริหารทรัพยากรร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประการที่สอง การยกเลิก MOU 44 เป็นการยุติการเจรจาตามกรอบเดิม หากฝ่ายกัมพูชายังคงต้องการหรือเห็นประโยชน์จากการพัฒนาและบริหารทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกับไทยอีก ก็ขอให้แสดงเจตนารมณ์หรือแจ้งมาให้ทราบ เพื่อจัดกรอบการเจรจาใหม่ที่มีความเป็นไปได้ โดยไม่นำไปสู่ข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเลเช่นที่ผ่านมา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ประการสุดท้าย สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา หลังจากมีการทำ MOU 44 เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเจรจาไม่คืบหน้าและไม่บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังคงมีอยู่ การเจรจาเพื่อพัฒนาและบริหารทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกันก็ยังเป็นเรื่องยาก หลักการสำคัญคือต้องตกลงเขตแดนทางทะเลให้ได้ก่อน แล้วจึงหาแนวทางพัฒนาและบริหารร่วมกันบนพื้นฐานความจริงใจและแบ่งปันอย่างเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

การแจ้งให้กัมพูชาทราบ

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พบหารือกับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-สหภาพยุโรปที่บรูไนดารุสซาลาม ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการรักษาข้อตกลงหยุดยิงตามถ้อยแถลงร่วมของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปสมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และพร้อมยึดมั่นการดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ภายใต้ถ้อยแถลงร่วมเพื่อลดความตึงเครียดและใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่แก้ไขปัญหาร่วมกัน

นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ยังได้แจ้งประเด็นสำคัญต่อฝ่ายกัมพูชาว่าไทยกำลังอยู่ในกระบวนการยกเลิก MOU 44 ซึ่งจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในไม่ช้า และจะมีหนังสือแจ้งฝ่ายกัมพูชาอย่างเป็นทางการหลัง ครม.มีมติยกเลิก การยกเลิก MOU 44 ไม่ได้หมายถึงการยกเลิกการเจรจา แต่เป็นการปรับไปใช้กรอบการเจรจาที่ชัดเจนและเป็นสากลมากขึ้น โดยจะเริ่มจากการบริหารจัดการเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้การเจรจาในพื้นที่ทับซ้อนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทำความรู้จัก UNCLOS

UNCLOS หรือ United Nations Convention on the Law of the Sea เป็นอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่กำหนดสิทธิและหน้าที่ของประเทศต่างๆ ในทะเล ครอบคลุมทั้งน่านน้ำภายใน ทะเลอาณาเขต เขตต่อเนื่อง เขตเศรษฐกิจจำเพาะ และไหล่ทวีป รวมถึงการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเล ประเทศไทยลงนามในอนุสัญญานี้เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2525 และให้สัตยาบันเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2554 ขณะที่กัมพูชาลงนามตั้งแต่ปี 2526 และเพิ่งให้สัตยาบันเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569

สาระสำคัญของ UNCLOS

  • น่านน้ำภายใน: น่านน้ำที่อยู่ถัดจากเส้นฐานเข้ามาทางแผ่นดิน รัฐชายฝั่งมีอำนาจอธิปไตยเต็ม
  • ทะเลอาณาเขต: ไม่เกิน 12 ไมล์ทะเลจากเส้นฐาน รัฐชายฝั่งมีอำนาจอธิปไตย
  • เขตต่อเนื่อง: ไม่เกิน 24 ไมล์ทะเล รัฐมีอำนาจป้องกันและลงโทษการละเมิดกฎหมายศุลกากร การคลัง การเข้าเมือง และสาธารณสุข
  • เขตเศรษฐกิจจำเพาะ: ไม่เกิน 200 ไมล์ทะเล รัฐมีสิทธิอธิปไตยในการสำรวจและใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
  • ไหล่ทวีป: พื้นดินใต้ทะเลที่ขยายออกไปตามธรรมชาติ อาจถึง 350 ไมล์ทะเล รัฐมีสิทธิสำรวจและแสวงประโยชน์จากทรัพยากร

UNCLOS ยังกำหนดให้ทรัพยากรแร่ในพื้นที่เหนืออำนาจรัฐใดๆ เป็นมรดกร่วมของมนุษยชาติ และจัดตั้งองค์การพื้นดินท้องทะเลระหว่างประเทศ (ISA) เพื่อบริหารจัดการ นอกจากนี้ ยังมีกลไกระงับข้อพิพาท เช่น การเจรจา อนุญาโตตุลาการ หรือศาลระหว่างประเทศ

ความสำคัญของ UNCLOS ต่อไทยและโลก

UNCLOS เป็นพื้นฐานในการกำหนดเขตแดนทางทะเล เกี่ยวข้องกับพลังงานและทรัพยากร เช่น น้ำมันและก๊าซ มีผลต่อความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และใช้เป็นกรอบในการแก้ปัญหาทะเล เช่น ข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ นอกจากนี้ ยังมีอนุสัญญาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น MARPOL 73/78 ว่าด้วยการป้องกันมลพิษจากเรือ และ CLC Protocol 1992 ว่าด้วยความรับผิดทางแพ่งจากมลพิษน้ำมัน

กองทัพเรือพร้อมปกป้องอธิปไตย

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ย้ำว่า MOU เป็นเพียงกลไกหรือกรอบในการเจรจาระหว่างรัฐ ไม่ใช่ข้อจำกัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงทางทะเล กองทัพเรือยังคงรักษาความพร้อมของกำลังรบ การลาดตระเวน และการเฝ้าระวังในพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางทะเลอย่างต่อเนื่อง โดยยึดแนวทางไม่ยั่วยุ แต่พร้อมตอบสนองต่อทุกสถานการณ์ที่อาจกระทบต่ออธิปไตยของชาติอย่างทันท่วงทีและเหมาะสม