ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางกะปิ-มีนบุรี ไว้ก่อน จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยคำสั่งดังกล่าวมีผลทันที หลังจากที่ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นกลุ่มประชาชนและนักวิชาการ ยื่นฟ้องคณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีการประมูลโครงการดังกล่าวไม่โปร่งใสและขัดต่อกฎหมาย
รายละเอียดคำสั่งศาล
ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าการดำเนินโครงการต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาในภายหลัง จึงมีคำสั่งให้ รฟม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระงับการดำเนินการทั้งหมดในโครงการนี้ รวมถึงการเซ็นสัญญา การก่อสร้าง และการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้อง จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงหรือมีคำพิพากษา
ข้อกล่าวหาจากผู้ฟ้องคดี
ผู้ฟ้องคดีระบุว่าการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางกะปิ-มีนบุรี มีการกำหนดเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่ง และไม่เป็นไปตามหลักการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม นอกจากนี้ยังมีการละเลยขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชนตามที่กฎหมายกำหนด
- การประมูลขาดความโปร่งใส
- เอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางราย
- ประชาชนไม่มีส่วนร่วม
ผลกระทบต่อโครงการ
คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวนี้ส่งผลให้โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งมีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ต้องหยุดชะงักลง ส่งผลกระทบต่อแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศ รวมถึงการจ้างงานและการลงทุนที่เกี่ยวข้อง
รฟม. อยู่ระหว่างการหารือกับทีมกฎหมายเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ขณะที่ผู้ฟ้องคดีเรียกร้องให้มีการทบทวนการประมูลใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล
ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ
นักวิชาการด้านกฎหมายมหาชนมองว่าคำสั่งนี้เป็นบรรทัดฐานสำคัญในการตรวจสอบการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ ให้มีความโปร่งใสและเคารพสิทธิของประชาชนมากขึ้น ขณะที่ฝ่ายธุรกิจกังวลว่าอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
- ศาลปกครองสูงสุดมีอำนาจในการคุ้มครองชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสียหาย
- โครงการต้องหยุดดำเนินการจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
- คาดว่าการพิจารณาคดีหลักจะใช้เวลาหลายเดือน



