นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีเกณฑ์การลงทะเบียนรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังจากที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเกณฑ์การตัดสิทธิ์พ่อแม่ หากลูกใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี โดยระบุว่า ยังไม่มีการตัดสิทธิ์ใคร และนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทบทวนเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว
นายกฯ สั่งทบทวนเกณฑ์ตัดสิทธิ์
นายเอกนิติกล่าวว่า ได้หารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในประเด็นที่สังคมและประชาชนเป็นห่วง โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งลูกใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีในช่วงที่ผ่านมา อาจถูกตัดสิทธิ์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการคลังได้รับฟังความคิดเห็นจากสังคม และมีความเป็นห่วง พร้อมเน้นย้ำว่าจะให้ความเป็นธรรม
หลักการของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
นายเอกนิติชี้แจงว่า หลักการของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีจุดประสงค์เพื่อดูแลประชาชนผู้เดือดร้อนและไม่มีสิทธิ์ใดๆ โดยไม่ได้เปิดทบทวนสิทธิ์คนที่เดือดร้อนมานาน ครั้งที่แล้วเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา มีข้อร้องเรียนมากมายว่าคนที่ถือบัตรปัจจุบัน 13.2 ล้านคน มีทั้งคนที่เดือดร้อนจริงและคนที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงมาแอบอ้างใช้สิทธิ์ รัฐบาลจึงต้องการให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐตกไปถึงกลุ่มคนที่เดือดร้อนจริงๆ
ทั้งนี้ ได้เปิดให้กระทรวงมหาดไทยไปช่วยดูแลหาคนที่เดือดร้อนจริงที่อาจตกหล่น โดยเปิดลงทะเบียนจนถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2569 และคนที่อยู่ในสิทธิ์ปัจจุบันก็ต้องมาทบทวนว่าคนที่ไม่ได้รับและเดือดร้อนจริงๆ มีใครบ้าง
กรณีลูกใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี
นายเอกนิติกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับคนที่ลูกใช้สิทธิ์หักลดหย่อนภาษี แต่ในความเป็นจริงในสังคมไทยจากข้อมูลที่ฟังมาทั้งหมด จะมีลูกบางคนใช้สิทธิ์ลดหย่อนแต่ไม่ได้ดูแลพ่อแม่ ซึ่งส่วนนี้รัฐบาลเป็นห่วงว่าการไปตัดสิทธิ์พ่อแม่อาจมีผลกระทบ ด้วยเหตุนี้ นายกรัฐมนตรีจึงสั่งการให้ทบทวน โดยให้คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมดำเนินการตามข้อสั่งการ ว่าเกณฑ์ข้อนี้อาจไม่เป็นธรรมกับพ่อแม่ที่ลูกไปแอบอ้างใช้สิทธิ์ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกคน โดยจะดำเนินการโดยด่วนที่สุด
ส่วนการกำหนดเงินเดือนสำหรับผู้ที่จะลดหย่อนภาษีใหม่หรือไม่ นายเอกนิติกล่าวว่า วันนี้เกณฑ์ในข้อนี้ได้มีการลดหย่อนภาษีไปแล้วในปีที่แล้ว ซึ่งอาจไม่ได้ใช้ในปีนี้ เพราะได้ดำเนินการผ่านแล้ว สำหรับปีหน้าคงต้องทบทวนกันใหม่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่หัวใจสำคัญคือ สวัสดิการแห่งรัฐมีจุดประสงค์เพื่อช่วยประชาชนที่เดือดร้อนจริงๆ
การทบทวนสิทธิ์ให้คนตกหล่น
นายเอกนิติกล่าวว่า เรื่องที่นำเข้าคณะรัฐมนตรีเพื่อทบทวนสิทธิ์ให้คนที่ตกหล่น ที่ไม่มีโอกาส ไม่มีใครดูแลเลย ซึ่งสวัสดิการแห่งรัฐมีหลายประเภท และนี่คือสวัสดิการแห่งรัฐสำหรับดูแลคนที่เดือดร้อนที่สุด หลักเกณฑ์ที่ออกมาได้มีการใช้มาตลอดเกือบ 10 ปี ก็ถูกร้องเรียนมามากว่าคนนี้ได้สิทธิ์สวัสดิการเป็นคนที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงแต่มาแอบอ้างใช้สิทธิ์ เราจึงต้องการเอาคนกลุ่มนี้ออกจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แล้วไปใช้สิทธิ์อื่น
คนที่จะถูกตัดสิทธิ์หลายคนไม่ได้เดือดร้อน และสามารถไปยื่นใบสมัครร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 แต่เราไม่ได้ให้สิทธิ์เขาใช้ เพราะถือว่ามีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว วันนี้ถ้าเขาออกจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็สามารถใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัสได้ ซึ่งเขาอาจไม่ได้จนที่สุด กลุ่มนี้เราได้ให้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากเดิม 300 บาทเติมอีก 700 เป็น 1,000 บาท
สาเหตุที่เร่งดำเนินการในช่วงนี้ เพราะต้องการให้เสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งในเดือนสิงหาคมก็จะสามารถให้คนที่หลุดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถไปใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัสได้
การลงทะเบียนและการยืนยันตัวตน
นายเอกนิติกล่าวอีกว่า สำหรับคนที่ตกหล่น ไม่ได้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และต้องไปลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส จะได้สิทธิ์แค่ 2 เดือน เพราะวันนี้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน มีทั้งคนที่เดือดร้อนจริง และคนที่ไม่ได้เดือดร้อน มีข้อร้องเรียนเข้ามาเยอะมากในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ว่าคนที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงได้รับผลกระทบเยอะ คนเหล่านี้ได้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1,000 บาท โดยไม่ต้องสมทบ ซึ่งวันนี้ก็ยังมีคนร้องเรียนว่าใส่ทอง นั่งรถไปซื้อของ โดยใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นข้อร้องเรียนอีกมุมหนึ่ง ถ้าเขามีฐานะก็สามารถใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ได้
ข้อมูลการลงทะเบียนล่าสุด จากบัตรคนจน 13.2 ล้านคน ขณะนี้มีคนลงทะเบียนมาแล้วเกือบ 10 ล้านราย ส่วนกรณีที่ติดปัญหาข้อมูลไม่ครบถ้วน เกี่ยวกับเรื่องลดหย่อนภาษีหรือไม่นั้น นายเอกนิติกล่าวว่าไม่ใช่ วันนี้เป็นการสำรวจสิทธิ์ ยังไม่ได้ตัดใคร เพียงสำรวจสิทธิ์ ให้มายืนยันตัวตน เพื่อนำไปทบทวนหลักเกณฑ์ หลังมีข้อร้องเรียนว่าคนไม่เดือดร้อนจริงมาแอบอ้างใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขณะที่คนเดือดร้อนจริงไม่มีคนดูแล วันนี้ให้กระทรวงมหาดไทยออกไปหาเอง ไม่ต้องมายืนยันใช้สิทธิ์ ส่วนคนที่มายืนยันใช้สิทธิ์ คือ คนที่ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว
ทั้งนี้ หวังว่าการชี้แจงครั้งนี้น่าจะจบเรื่องนี้ ยืนยันรัฐบาลมีความเป็นห่วง เป็นธรรม และรับฟังความเห็นประชาชน



