พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงข้อครหาเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน โดยยืนยันว่ากระบวนการจัดซื้อเป็นไปด้วยความโปร่งใส และไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น
การชี้แจงของนายกรัฐมนตรี
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การจัดซื้อเรือดำน้ำเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยมีการพิจารณาอย่างรอบคอบจากคณะทำงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย นอกจากนี้ยังได้ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว
ประเด็นข้อครหา
นายกรัฐมนตรียังได้ชี้แจงประเด็นข้อครหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องความคุ้มค่าในการจัดซื้อ และความจำเป็นของกองทัพเรือในการมีเรือดำน้ำเพื่อความมั่นคงของประเทศ
- ยืนยันว่าราคาที่ตกลงกันเป็นราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม
- การจัดซื้อเป็นไปตามแผนพัฒนากองทัพเรือระยะยาว
- เรือดำน้ำจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการป้องกันประเทศ
ความโปร่งใสในการจัดซื้อ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างทุกโครงการ โดยเฉพาะโครงการที่มีมูลค่าสูง เช่น การจัดซื้อเรือดำน้ำ ซึ่งได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 อย่างเคร่งครัด
การตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า โครงการนี้ผ่านการตรวจสอบจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น สตง. ป.ป.ช. และคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (ก.ต.ต.) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระที่มีความน่าเชื่อถือ
- สตง. ตรวจสอบความถูกต้องของงบประมาณและการใช้จ่าย
- ป.ป.ช. ตรวจสอบการทุจริตและประพฤติมิชอบ
- ก.ต.ต. ตรวจสอบการดำเนินงานของกองทัพเรือ
ความจำเป็นของเรือดำน้ำ
พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า เรือดำน้ำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับกองทัพเรือไทย เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และปกป้องอธิปไตยในทะเลอันดามันและอ่าวไทย การมีเรือดำน้ำจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการป้องปรามและตอบโต้ภัยคุกคามทางทะเล
การพัฒนากองทัพเรือ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การจัดซื้อเรือดำน้ำเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนากองทัพเรือระยะ 20 ปี ซึ่งได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลและผ่านการพิจารณาจากรัฐสภาแล้ว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลพร้อมให้ข้อมูลและชี้แจงข้อสงสัยทุกประการต่อสาธารณชน และยินดีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการนี้อย่างเต็มที่



