รายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ผู้ที่ถูกคุมความประพฤติสามารถยื่นคำร้องขอให้พิจารณาปลดกำไลติดตามตัวหรือกำไล EM ได้ หากภายหลังจากการติดกำไลดังกล่าวแล้วต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล หรือประสบปัญหาทางด้านสุขภาพจิต เช่น อาการแพนิก เป็นต้น
นายทักษิณ ชินวัตร กับเงื่อนไขการติดกำไล EM
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 รายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรมระบุว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดของเรือนจำกลางคลองเปรม ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 859 ผู้ต้องขังเด็ดขาดทั่วประเทศที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไป ขณะเดียวกันคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษได้มีมติกำหนดเงื่อนไขให้นายทักษิณต้องสวมกำไล EM ไปจนกว่าจะพ้นโทษ
โดยปกติแล้ว ผู้ต้องขังเด็ดขาดสูงวัยที่มีอายุเกิน 70 ปี และได้รับการพักการลงโทษ มักไม่ถูกกำหนดเงื่อนไขให้ต้องติดกำไล EM เนื่องจากมักมีปัญหาสุขภาพและการรักษาพยาบาล จึงไม่ค่อยมีข้อกำหนดดังกล่าว แต่ในกรณีของนายทักษิณ ทางคณะอนุกรรมการได้หารือกันและมีมติให้นายทักษิณต้องติดกำไล EM ไปจนกว่าจะพ้นโทษในวันที่ 9 กันยายน 2569
สิทธิในการขอปลดกำไล EM
อย่างไรก็ตาม ตามหลักการแล้ว ผู้ถูกคุมความประพฤติยังสามารถแจ้งความประสงค์ขอให้กรมคุมประพฤติพิจารณาปลดกำไล EM ได้ โดยเฉพาะหากมีเหตุจำเป็น เช่น ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล หรือมีปัญหาสุขภาพจิต อย่างอาการแพนิก ซึ่งผู้ถูกคุมความประพฤติสามารถยื่นคำร้องขอให้กรมคุมประพฤติพิจารณาปลดกำไล EM ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของกรมฯ ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ หรืออาจต้องขอเอกสารประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม
ในอดีตที่ผ่านมา มีผู้ถูกคุมความประพฤติหลายรายที่ถูกติดกำไล EM และได้ยื่นคำร้องขอปลดกำไลเนื่องจากปัญหาสุขภาพและการรักษาพยาบาล ซึ่งกรมคุมประพฤติก็ได้พิจารณาและดำเนินการปลดกำไล EM ให้เช่นกัน
การรายงานตัวของผู้ถูกคุมประพฤติ
ส่วนการรายงานตัวของนายทักษิณ อาจกำหนดให้มีการรายงานตัวทั้งสิ้น 4 ครั้ง คือ เดือนละ 1 ครั้ง หรือทุก 2 เดือน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่เจ้าหน้าที่คุมประพฤติกำหนด โดยนายทักษิณจะต้องไปรายงานตัวยังสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ถนนวังหลัง แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เนื่องจากเป็นสำนักงานที่รับผิดชอบพื้นที่สถานที่พักโทษของบ้านจันทร์ส่องหล้า
โอกาสพ้นโทษก่อนกำหนด
นอกจากนี้ นายทักษิณยังมีโอกาสอาจพ้นโทษก่อนกำหนด เนื่องจากโดยปกติแล้วกลุ่มผู้ต้องขังทั่วประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ในเรือนจำ หรือรับโทษจำคุกมาระยะหนึ่งและเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย หรืออยู่ระหว่างการคุมประพฤติ มักจะเฝ้ารอติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไป หรืออภัยโทษหมู่ที่มักเกิดขึ้นในวโรกาสสำคัญต่างๆ ในกรณีของนายทักษิณ หากต้องพ้นโทษในวันที่ 9 กันยายน 2569 ก็ยังรอดูพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไปได้



