รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิรัฐศาสตร์และคลองไทย ให้ความเห็นถึงโครงการแลนด์บริดจ์ว่า แม้จะมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ถึงความจำเป็นและความคุ้มค่า แต่โครงการนี้สามารถเป็นโอกาสสำคัญทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ หากรัฐบาลมองให้ถูกทาง
แลนด์บริดจ์ไม่ใช่ทางเลือกทดแทนช่องแคบมะละกา
ดร.ปิติชี้ว่า การตั้งเป้าให้แลนด์บริดจ์เป็นทางเลือกทดแทนช่องแคบมะละกาอาจไม่คุ้มค่า เนื่องจากปัญหาความไม่สมมาตรของศักยภาพการขนส่ง (Asymmetric Capacity) เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่สามารถขนตู้คอนเทนเนอร์ได้ถึง 20,000-24,000 ตู้ แต่รถไฟหนึ่งขบวนขนได้เพียงประมาณ 200 ตู้ ทำให้ต้องใช้เวลาหลายวันในการขนถ่ายสินค้า กระบวนการ Double Handling หรือการขนถ่ายหลายต่ออาจใช้เวลาถึง 6-9 วัน ในขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกาใช้เวลาเพียง 2-3 วัน
ดังนั้น แทนที่จะมองแลนด์บริดจ์เป็นเส้นทางลัด ควรเปลี่ยนมุมมองให้เป็น ศูนย์กลางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ ที่เชื่อมพื้นที่ตอนในของเอเชีย (Hinterland) เข้ากับทะเลโดยตรง ซึ่งรวมถึงจีนตอนใต้ มองโกเลีย รัสเซียตอนใต้ และกลุ่มประเทศเอเชียกลางที่ไม่มีทางออกทะเล
แนวคิดดาวสามแฉก และการเชื่อมเอเชียใน
ดร.ปิติเปรียบภาพโครงข่ายที่เหมาะสมว่า ควรมีลักษณะเหมือน "ดาวสามแฉกของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์" คือมีเส้นทางหลักเชื่อมจากตอนบนของเอเชียลงมาสู่ภาคใต้ของไทย แล้วกระจายออกทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน หากไทยสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมเอเชียตอนในลงสู่ท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามันได้ ไทยก็อาจกลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งใหม่ของภูมิภาค แทนที่จะต้องอ้อมลงไปยังแหลมมลายู
นอกจากนี้ โครงการนี้ยังสามารถเป็นความร่วมมือระดับภูมิภาคที่ดึงดูดทั้งเงินทุน เทคโนโลยี และอำนาจต่อรองทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยไทยควรใช้โครงการนี้เป็นเครื่องมือสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ มากกว่าจะปล่อยให้เป็นพื้นที่อิทธิพลของมหาอำนาจประเทศใดประเทศหนึ่ง
ข้อเสนอให้ตัดตอนเมกะโปรเจกต์ทีละเฟส
ดร.ปิติเสนอว่ารัฐบาลไม่ควรเริ่มต้นด้วยเมกะโปรเจกต์ขนาดมหาศาลในทันที แต่ควรเริ่มจากสิ่งที่เป็นไปได้ก่อน เช่น การพัฒนาท่าเรือระนองที่มีอยู่แล้ว และเชื่อมต่อกับระบบรถไฟทางคู่ที่กำลังก่อสร้าง เพื่อสร้างระบบขนส่งแบบ Multimodal Transportation ที่เชื่อมเรือ รถไฟ และถนนเข้าด้วยกัน
ในยุคที่เกิดสงครามการค้าและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ รัฐบาลควรนำงานวิจัยเดิมทั้งหมดมาทบทวนในลักษณะ Metadata Research เพื่อดูว่ามิติใดที่ถูกละเลยไป โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อใช้แลนด์บริดจ์เป็นเครื่องมือถ่วงดุลทางยุทธศาสตร์อย่างชาญฉลาด
น่ายินดีที่รัฐบาลมีผู้เชี่ยวชาญระดับนี้ให้ความเห็นอย่างแจ่มชัด พร้อมแนวคิดที่จะทำให้ประเทศไทยกลับสู่เวทีโลก ทั้งในระดับดึงดูดการลงทุนมหาศาล และการสร้างอำนาจต่อรองระดับที่ทุกประเทศต้องหันมาให้ความสำคัญ



