พรรคก้าวไกลได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ต่อประธานรัฐสภา โดยระบุถึงกรณีการแต่งตั้งประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคก้าวไกลเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญ
รายละเอียดการยื่นญัตติ
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า ญัตติดังกล่าวได้ถูกยื่นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคร่วมลงนามครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด
ประเด็นหลักในการอภิปรายคือการแต่งตั้งนายชูศักดิ์ ศิรินิล เป็นประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคก้าวไกลมองว่าเป็นการตั้งตำแหน่งที่ไม่ปรากฏในกฎหมาย และอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลใกล้ชิด
ข้อกังวลของพรรคก้าวไกล
- การแต่งตั้งดังกล่าวไม่ผ่านกระบวนการสรรหาที่โปร่งใส
- ตำแหน่งประธานที่ปรึกษาไม่มีการกำหนดอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจน
- อาจเป็นการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่เหมาะสม
พรรคก้าวไกลยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีชี้แจงถึงเหตุผลและความจำเป็นในการแต่งตั้งครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น
ปฏิกิริยาจากฝ่ายรัฐบาล
ด้านนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแต่งตั้งประธานที่ปรึกษาเป็นไปตามกฎหมายและเป็นสิทธิของนายกรัฐมนตรีในการเลือกผู้ช่วยทำงาน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่าจะชี้แจงต่อสภาอย่างละเอียดเมื่อถึงเวลาอภิปราย และเชื่อว่าสมาชิกสภาจะเข้าใจถึงความจำเป็นในการแต่งตั้งครั้งนี้
กระบวนการต่อไป
หลังจากยื่นญัตติแล้ว ประธานรัฐสภาจะต้องบรรจุญัตติเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม โดยคาดว่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568
ทั้งนี้ การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีต้องใช้เสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างน้อย 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ ซึ่งพรรคก้าวไกลมีจำนวนสมาชิกเพียงพอที่จะยื่นญัตติได้
ผลกระทบทางการเมือง
การยื่นญัตติครั้งนี้สะท้อนถึงความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะในประเด็นความโปร่งใสในการบริหารงานของรัฐบาล
นักวิเคราะห์ทางการเมืองมองว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับรัฐบาลเศรษฐา เนื่องจากอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน
นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคอาจไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งประธานที่ปรึกษา ซึ่งอาจนำไปสู่ความแตกแยกภายในรัฐบาล
พรรคก้าวไกลยืนยันว่าจะติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกในอนาคต หากพบว่ามีการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่เป็นธรรมต่อประชาชน



