ก้าวไกลยื่นซักฟอกนายกฯ เศรษฐา ปมขัดกันผลประโยชน์
ก้าวไกลยื่นซักฟอกนายกฯ เศรษฐา ปมขัดกันผลประโยชน์

พรรคก้าวไกล ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน อย่างเป็นทางการ โดยมีประเด็นหลักเกี่ยวกับการแต่งตั้งบุคคลที่มีประเด็นด้านผลประโยชน์ทับซ้อนเข้าร่วมคณะรัฐมนตรี ซึ่งพรรคฝ่ายค้านมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและอาจขัดต่อจริยธรรมทางการเมือง

รายละเอียดการยื่นญัตติ

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2567 เวลา 10.00 น. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล นำโดยนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ เดินทางไปยื่นญัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเนื้อหาสำคัญคือการตั้งข้อกล่าวหานายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ว่ามีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริตและขัดกันแห่งผลประโยชน์ จากการที่ได้แต่งตั้งบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจกับตนเองและพรรคร่วมรัฐบาลเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญในคณะรัฐมนตรี

ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมา

  • การแต่งตั้งรัฐมนตรีที่ขาดความโปร่งใส: พรรคก้าวไกลชี้ว่า นายกฯ เศรษฐา ได้แต่งตั้งบุคคลที่เคยมีคดีความหรือมีธุรกิจที่เกี่ยวพันกับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งอาจทำให้เกิดการเอื้อประโยชน์
  • ผลประโยชน์ทับซ้อนในโครงการของรัฐ: มีการกล่าวถึงโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาล เช่น โครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ที่อาจมีบุคคลในรัฐบาลได้รับประโยชน์
  • การละเลยจริยธรรมทางการเมือง: พรรคก้าวไกลเห็นว่านายกฯ ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำของรัฐมนตรีในคณะของตน

ปฏิกิริยาจากฝ่ายรัฐบาล

ทางด้านนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนพร้อมที่จะชี้แจงข้อกล่าวหาทั้งหมดในสภา และยืนยันว่าการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบทุกประการ พร้อมทั้งเชื่อว่าฝ่ายค้านจะไม่สามารถหาพยานหลักฐานที่เพียงพอมาเอาผิดได้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความเคลื่อนไหวของพรรคร่วมรัฐบาล

พรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ อย่างพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ยังไม่แสดงท่าทีชัดเจน แต่คาดว่าจะสนับสนุนนายกฯ ในการซักฟอกครั้งนี้ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นฝ่ายค้านร่วมกับก้าวไกล ระบุว่าพร้อมที่จะร่วมอภิปรายในประเด็นดังกล่าว

กำหนดการซักฟอก

คาดว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเกิดขึ้นในสัปดาห์ที่สองของเดือนเมษายนนี้ โดยจะใช้เวลาอภิปราย 3 วัน และลงมติในวันที่ 4 ซึ่งหากนายกฯ เศรษฐาแพ้เสียงในสภา จะต้องพ้นจากตำแหน่งทันที อย่างไรก็ตาม ด้วยเสียงข้างมากของรัฐบาลในขณะนี้ โอกาสที่ญัตติจะผ่านนั้นมีน้อย

การยื่นญัตติครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรัฐบาลของนายเศรษฐา และเป็นการทดสอบเสถียรภาพของรัฐบาลผสมที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นไม่นาน