เดโมแครตยื่นถอดถอน 'พีท เฮกเซธ' รมว.กลาโหม กล่าวหาละเมิดรัฐธรรมนูญ-ก่อสงครามอิหร่าน
เดโมแครตยื่นถอดถอน รมว.กลาโหม กล่าวหาละเมิดรัฐธรรมนูญ

เดโมแครตยื่นถอดถอน 'พีท เฮกเซธ' รมว.กลาโหม กล่าวหาละเมิดรัฐธรรมนูญ-ก่อสงครามอิหร่าน

บรรยากาศทางการเมืองในสหรัฐอเมริกาพุ่งสูงถึงขีดสุด เมื่อกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครตได้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดด้วยการยื่นร่างมติถอดถอนจำนวน 6 ข้อความผิด ต่อ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือหัวหน้าเพนตากอน โดยกล่าวหาว่าเขากระทำความผิดฐานก่ออาชญากรรมและประพฤติมิชอบอย่างร้ายแรง ซึ่งถือเป็นวิกฤตการณ์ศรัทธาครั้งใหญ่ต่อฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ข้อกล่าวหาหลัก: ละเมิดรัฐธรรมนูญและก่อสงครามโดยพลการ

แกนนำในการยื่นถอดถอนครั้งนี้คือ ยาซามิน อันซารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิงจากรัฐแอริโซนา ซึ่งได้ระบุรายละเอียดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ X อย่างดุเดือดว่า เฮกเซธได้ละเมิดคำปฏิญาณตนอย่างร้ายแรง นำพากองทัพเข้าสู่ความเสี่ยง และที่สำคัญที่สุดคือการละเมิดอำนาจของรัฐสภาสหรัฐฯ ตามรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า "สภาคองเกรสเท่านั้นที่มีอำนาจในการประกาศสงคราม" แต่เฮกเซธกลับใช้อำนาจสั่งการเปิดฉากโจมตีอิหร่านโดยพลการ

ข้อกล่าวหาที่รุนแรงที่สุดในคำร้องถอดถอน คือกรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นของการโจมตีทางอากาศร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลในดินแดนอิหร่าน โดยมีรายงานว่าขีปนาวุธร่อน "โทมาฮอว์ก" ลูกหนึ่งได้ตกลงใส่โรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมีแนบ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีอย่างน้อย 170 คน ซึ่งประกอบไปด้วยเด็กนักเรียนและครูจำนวนมาก แม้ผลการสอบสวนเบื้องต้นจากกองทัพสหรัฐฯ ตามรายงานของนิวยอร์กไทมส์จะระบุว่าเป็นความผิดพลาดในการระบุเป้าหมาย แต่เดโมแครตมองว่าเฮกเซธต้องรับผิดชอบในฐานะผู้อนุมัติและเพิกเฉยต่อหลักกฎหมายว่าด้วยการขัดกันทางอาวุธ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

พฤติกรรมไม่เหมาะสมในภูมิภาคอื่นและผลกระทบทางเศรษฐกิจ

นอกจากประเด็นในตะวันออกกลางแล้ว ร่างมติดังกล่าวยังระบุถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในภูมิภาคอื่น เช่น การสั่งการให้ใช้กลยุทธ์ "Double-tap" หรือการโจมตีซ้ำเป้าหมายเดิมเป็นครั้งที่ 2 ในระยะเวลาอันสั้นต่อเรือที่ต้องสงสัยว่าลักลอบขนส่งยาเสพติดในทะเลแคริบเบียน ซึ่งถูกมองว่าเป็นการละเมิดกฎการปะทะที่มุ่งคุ้มครองผู้ที่ไม่ใช่คู่รบ

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องความประมาทเลินเล่อในการจัดการข้อมูลลับทางทหาร และการใช้แอปพลิเคชันส่งข้อความส่วนตัวอย่าง "Signal" เพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการโจมตีในเยเมน ซึ่งถือเป็นการจงใจหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ

สถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อไม่เพียงแต่สร้างความสูญเสียในเชิงมนุษยธรรม แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเด็นนี้กำลังกลายเป็นหอกข้างแคร่ที่ทิ่มแทงความนิยมของทรัมป์ ในขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน กำลังงวดเข้ามาทุกขณะ

การตอบโต้จากกระทรวงกลาโหมและโอกาสที่ต่ำ

อย่างไรก็ตาม ทางด้านกระทรวงกลาโหมได้ออกมาตอบโต้อย่างแข็งกร้าว โดย คิงสลีย์ วิลสัน โฆษกเพนตากอน ให้สัมภาษณ์กับสื่อ Axios ว่าการกระทำของพรรคเดโมแครตเป็นเพียงการเล่นเกมการเมืองเพื่อสร้างหัวข่าวในพื้นที่สื่อเท่านั้น พร้อมย้ำว่าภายใต้การนำของเฮกเซธ "กระทรวงแห่งสงคราม" สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของประธานาธิบดีทรัมป์ เรื่องอิหร่านได้อย่างเด็ดขาดและท่วมท้น

แม้ว่าญัตตินี้จะถูกยื่นเข้าสู่สภาอย่างเป็นทางการ แต่บรรดานักวิเคราะห์มองว่าโอกาสที่จะประสบความสำเร็จนั้นมีน้อยมาก เนื่องจากพรรครีพับลิกันยังคงครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเปรียบเสมือนเกราะกำบังชั้นดีให้กับเฮกเซธ เว้นเสียแต่ว่าจะมีหลักฐานใหม่ที่สะเทือนขวัญประชาชนจนทำให้สมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนต้องเปลี่ยนใจในภายหลัง

การยื่นถอดถอนครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 16 เมษายน 2569 ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในสหรัฐอเมริกา แม้โอกาสผ่านแทบเป็นศูนย์ แต่ก็เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความขัดแย้งภายในที่อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลทรัมป์ในอนาคต