ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านที่ขอให้วินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 ว่าเป็นการสิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ โดยศาลนัดฟังคำแถลงปิดคดีและลงมติในวันที่ 19 มิถุนายน 2567 เวลา 14.00 นาฬิกา
รายละเอียดคำร้อง
ผู้ร้องทั้ง 47 คน อ้างว่านายกฯ ดำรงตำแหน่งครบ 8 ปีแล้วตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 วรรคสี่ เนื่องจากนับรวมระยะเวลาที่นายกฯ เคยดำรงตำแหน่งในรัฐบาลชุดก่อน แม้จะพ้นจากตำแหน่งไปแล้วก็ตาม โดยชี้ว่านายเศรษฐาเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2565 รวมระยะเวลา 8 ปี 3 เดือน ซึ่งเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้
ข้อโต้แย้งของฝ่ายนายกฯ
ฝ่ายนายกรัฐมนตรีโต้แย้งว่าวาระการดำรงตำแหน่งของนายกฯ ควรนับเฉพาะในตำแหน่งปัจจุบันเท่านั้น ไม่รวมถึงวาระก่อนหน้า เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 158 วรรคสี่ ระบุว่านายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันเกิน 8 ปีไม่ได้ แต่ไม่ได้ระบุว่าต้องนับรวมวาระที่ดำรงตำแหน่งก่อนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน นอกจากนี้ นายเศรษฐายังดำรงตำแหน่งนายกฯ ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560
ผลกระทบทางการเมือง
หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านายกฯ พ้นจากตำแหน่ง จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอำนาจในรัฐบาล โดยประธานรัฐสภาต้องดำเนินการให้มีการเลือกนายกฯ คนใหม่ภายใน 30 วัน ส่งผลให้การเมืองไทยกลับเข้าสู่ความไม่แน่นอนอีกครั้ง ขณะที่ฝ่ายค้านเตรียมเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของตนเอง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามเร่งผลักดันนโยบายสำคัญก่อนคำวินิจฉัย
ด้านประชาชนและนักลงทุนจับตาคำวินิจฉัยของศาลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป



