ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมแถลงคำวินิจฉัยในคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ ซึ่งกำหนดให้นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งรวมกันได้ไม่เกิน 8 ปี โดยคำวินิจฉัยนี้จะส่งผลกระทบต่อสถานะของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน อย่างมีนัยสำคัญ
ปมปัญหาการนับวาระ
ประเด็นหลักที่ศาลต้องวินิจฉัยคือการนับระยะเวลา 8 ปี ว่าจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่นายกรัฐมนตรีเข้ารับหน้าที่ครั้งแรก หรือนับเฉพาะวาระภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 เท่านั้น ซึ่งมีความเห็นทางกฎหมายที่แตกต่างกันออกไป โดยฝ่ายที่เห็นว่าควรนับตั้งแต่ปี 2557 ที่พลเอก ประยุทธ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ทำให้วาระครบ 8 ปีในเดือนสิงหาคม 2565 ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่าควรนับเฉพาะวาระภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเริ่มนับตั้งแต่ปี 2562 ทำให้ยังไม่ครบ 8 ปี
ผลกระทบทางการเมือง
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ หากศาลวินิจฉัยว่าพลเอก ประยุทธ์ ครบวาระ 8 ปีแล้ว จะต้องพ้นจากตำแหน่งทันที และกระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองอีกครั้ง
ข้อสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญ
นักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญหลายท่านได้ให้ความเห็นว่า การตีความวาระ 8 ปี ต้องยึดถือเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการป้องกันการผูกขาดอำนาจและส่งเสริมการหมุนเวียนผู้นำ การนับวาระควรนับรวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในทุกช่วงเวลา โดยไม่จำกัดว่ารัฐธรรมนูญฉบับใดเป็นผู้ให้อำนาจ
กำหนดการแถลงคำวินิจฉัย
ศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดนัดแถลงคำวินิจฉัยในวันที่ 30 กันยายน 2565 เวลา 15.00 น. โดยจะมีการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางต่างๆ ของศาลฯ และสื่อมวลชน ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถรับชมได้
ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สิ้นสุดและผูกพันทุกองค์กร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 216 ดังนั้น ผลของคำวินิจฉัยจะต้องได้รับการปฏิบัติตามโดยทุกฝ่าย



