ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่ขอให้ยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากมีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยศาลได้สั่งให้พรรคก้าวไกลยื่นคำชี้แจงภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง
รายละเอียดคำร้อง
กกต. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าพรรคก้าวไกลมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่ามีมูลความจริง อาจนำไปสู่การยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี
ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่าพรรคพร้อมที่จะชี้แจงข้อกล่าวหาทั้งหมด และยืนยันว่าพรรคไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง แต่เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบและเสนอความเห็นทางการเมือง พร้อมทั้งเตรียมหลักฐานและพยานบุคคลเพื่อต่อสู้คดี
ผลกระทบทางการเมือง
การรับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ส่งผลให้สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยมีความตึงเครียดมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลที่มองว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลและกองทัพยังคงนิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานหลักฐานในวันที่ 10 สิงหาคม 2567 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่อาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ



