ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ยุบพรรคก้าวไกล โดยมีพฤติการณ์ที่อาจเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง
รายละเอียดคำร้อง
กกต. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 โดยระบุว่าพรรคก้าวไกลมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง จากการที่พรรคได้เสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมถึงการเคลื่อนไหวต่างๆ ของพรรคที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์
มติศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องและพยานหลักฐานเบื้องต้นแล้วเห็นว่าคำร้องมีมูลเพียงพอที่จะรับไว้พิจารณา โดยมีคำสั่งให้พรรคก้าวไกลชี้แจงข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับสำเนาคำร้อง
ทั้งนี้ ศาลยังมีคำสั่งให้พรรคก้าวไกลและผู้ที่เกี่ยวข้องหยุดการกระทำที่อาจเป็นการล้มล้างการปกครองในระหว่างการพิจารณาคดีด้วย
ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่าพรรคพร้อมที่จะชี้แจงข้อกล่าวหาทั้งหมด และยืนยันว่าพรรคไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง แต่เป็นการใช้อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจตามระบอบประชาธิปไตย
ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวเพิ่มเติมว่าพรรคจะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าศาลจะพิจารณาอย่างเป็นธรรม
ผลกระทบทางการเมือง
การรับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้สร้างความกังวลให้กับนักวิชาการและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและบรรยากาศทางการเมืองในประเทศ
หลายฝ่ายมองว่าการยุบพรรคการเมืองอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง แต่อาจเป็นการปิดกั้นพื้นที่ทางการเมืองของประชาชน
อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้กำหนดวันนัดไต่สวนคดีนี้ โดยคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาหลายเดือน



