เจ้าหน้าที่กู้ภัยจีนเร่งค้นหาสาเหตุของเหตุการณ์เครื่องบินโดยสารโบอิง 737-800 ของสายการบินไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ เอ็มยู 5735 ตกในพื้นที่ภูเขาของเมืองอู๋โจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 132 คน โดยขณะนี้พบกล่องดำทั้งสองใบแล้ว ประกอบด้วยเครื่องบันทึกข้อมูลการบินและเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน
ความคืบหน้าการสอบสวน
คณะกรรมการบริหารการบินพลเรือนแห่งประเทศจีน (ซีเอเอซี) เปิดเผยว่า กล่องดำที่พบอยู่ในสภาพเสียหาย แต่ยังคงสามารถอ่านข้อมูลได้ คาดว่าการวิเคราะห์ข้อมูลจะใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
รายละเอียดของเหตุการณ์
เครื่องบินลำดังกล่าวบรรทุกผู้โดยสาร 123 คน และลูกเรือ 9 คน ออกจากเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน มุ่งหน้าสู่เมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง ก่อนจะสูญเสียสัญญาณและตกลงในพื้นที่ภูเขาห่างจากเมืองอู๋โจวประมาณ 30 กิโลเมตร
- ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวจีน มีชาวต่างชาติ 1 คน
- สภาพอากาศในวันเกิดเหตุเป็นปกติ ไม่มีรายงานสภาพอากาศเลวร้าย
- เครื่องบินมีอายุการใช้งาน 6.8 ปี ผ่านการตรวจสอบตามกำหนด
การตอบสนองของสายการบิน
สายการบินไชน่าอีสเทิร์นแถลงว่าได้ให้ความร่วมมือกับทางการอย่างเต็มที่ พร้อมส่งทีมงานไปยังที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือญาติผู้โดยสาร และได้ระงับการใช้งานเครื่องบินโบอิง 737-800 ทั้งหมดในฝูงบินเป็นการชั่วคราว
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้สั่งการให้ดำเนินการสอบสวนอย่างเต็มที่และให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ และผู้นำประเทศอื่นๆ ได้แสดงความเสียใจ
โบอิง บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ และพร้อมให้การสนับสนุนทางเทคนิคแก่ทางการจีนในการสอบสวนครั้งนี้
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบิน
เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในเครื่องบินรุ่นโบอิง 737 ซึ่งเคยมีปัญหาด้านความปลอดภัยมาก่อน โดยเฉพาะกรณีเครื่องบินโบอิง 737 แม็กซ์ ที่ตกในอินโดนีเซียและเอธิโอเปียเมื่อปี 2561 และ 2562
อย่างไรก็ตาม โบอิง 737-800 เป็นรุ่นที่แตกต่างจากแม็กซ์ และมีประวัติความปลอดภัยที่ดีกว่า ผู้เชี่ยวชาญระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้



