วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุโดรนพุ่งชนอาคารที่พักอาศัยในเมืองจาลาตี ทางตะวันออกของโรมาเนีย ใกล้พรมแดนยูเครน ทำให้เกิดเพลิงไหม้บนชั้น 10 ของอาคาร มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และต้องอพยพประชาชนราว 70 คนออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน
รายละเอียดเหตุการณ์
สำนักงานจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินของโรมาเนีย ระบุว่า หัวรบของโดรนระเบิดเต็มกำลังหลังพุ่งชนตัวอาคาร ส่งผลให้เกิดไฟไหม้รุนแรง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลาต่อมา ผู้บาดเจ็บมีบาดแผลถลอกและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อรับการรักษา
การตอบโต้ของกองทัพโรมาเนีย
กระทรวงกลาโหมโรมาเนียเผยว่า กองทัพส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 ขึ้นบินสกัดทันทีหลังตรวจพบโดรน แต่มีเวลาเพียง 4 นาทีตั้งแต่ตรวจจับเป้าหมายได้จนเกิดการชน พร้อมระบุว่า กองทัพโรมาเนียมีข้อจำกัดในการตอบโต้ เนื่องจากไม่สามารถยิงสกัดด้วยวิธีที่ล่วงล้ำเข้าไปในน่านฟ้ายูเครนได้ โดยย้ำว่า ยูเครนอยู่ในภาวะสงคราม แต่โรมาเนียไม่ได้อยู่ในสงคราม
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
องค์การนาโต และสหภาพยุโรป ออกมาประณามอย่างหนัก โดยระบุว่า พฤติกรรมที่ประมาทของรัสเซียเป็นภัยต่อทุกคน พร้อมยืนยันว่า นาโตพร้อมปกป้องทุกตารางนิ้วของดินแดนสมาชิกพันธมิตร และเรียกเหตุนี้ว่าเป็นเหตุร้ายแรงที่สุดที่กระทบดินแดนโรมาเนียนับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนเริ่มต้น นอกจากนี้ สหภาพยุโรปได้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นการฉุกเฉินเพื่อหารือถึงมาตรการตอบสนอง
คำกล่าวของปูติน
นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าเพิ่งทราบเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมตั้งคำถามว่าโดรนลำนี้เป็นของรัสเซียจริงหรือไม่ และเสนอให้ส่งซากโดรนกลับให้รัสเซียตรวจสอบอย่างเป็นกลาง เพื่อหาข้อเท็จจริง
ความเสียหายและผลกระทบ
เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีพลเรือนโรมาเนียได้รับบาดเจ็บจากโดรนที่ล้ำเข้ามาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน แม้ที่ผ่านมาจะมีโดรนล้ำเข้าพื้นที่โรมาเนียหลายครั้ง แต่ไม่เคยมีผู้บาดเจ็บมาก่อน การโจมตีครั้งนี้สร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของพลเรือนและความมั่นคงในภูมิภาค



