วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร ได้สรุปผลการดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดีที่แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง จังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่เริ่มดำเนินการจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นการขุดค้นที่สำคัญและน่าตื่นเต้นอย่างมาก
การเริ่มต้นขุดค้นและการค้นพบครั้งแรก
การดำเนินงานขุดค้นแหล่งโบราณคดีดอนยายทองเริ่มต้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อขุดกู้และศึกษาหลักฐานทางโบราณคดีจากตำแหน่งที่พบกลองมโหระทึกในที่นาของนางคนางค์ เพชรสุด หมู่ 6 บ้านดอนพลับ ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ในระยะแรกได้กำหนดหลุมขุดค้นขนาด 2 x 2.2 เมตร วางแนวตามทิศตะวันออก-ตะวันตก โดยให้ตำแหน่งที่พบกลองมโหระทึกอยู่บริเวณกึ่งกลางหลุม และทำการขุดค้นตามระดับชั้นดินธรรมชาติเพื่อรักษาบริบทของหลักฐานให้มากที่สุด
การค้นพบกลองมโหระทึกและโครงกระดูก
ในช่วงต้นของการขุดค้น พบชิ้นส่วนขอบฐานของกลองมโหระทึกที่ระดับความลึกประมาณ 60 เซนติเมตรจากผิวดิน พร้อมทั้งพบภาชนะดินเผาหลายใบวางอยู่โดยรอบในตำแหน่งที่สัมพันธ์กับกลอง เมื่อขุดลึกลงไปถึงระดับประมาณ 100 เซนติเมตร พบชิ้นส่วนกลางมโหระทึกอีกใบในลักษณะคว่ำหน้าอยู่ในดิน และเริ่มปรากฏหลักฐานสำคัญ คือ โครงกระดูกมนุษย์ที่ฝังอยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยมีการวางภาชนะสำริดประกอบพิธีศพในตำแหน่งต่าง ๆ ทั้งด้านข้าง ใต้ร่าง และปลายเท้า นอกจากนี้ยังพบเครื่องประดับ ได้แก่ ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน แหวนทองคำ และกำไลทองคำ ซึ่งบางชิ้นยังคงสวมอยู่กับโครงกระดูก แสดงถึงความสำคัญของบุคคลและความเชื่อเกี่ยวกับการอุทิศสิ่งของในพิธีกรรมหลังความตาย
การขยายพื้นที่ขุดค้นและการค้นพบเพิ่มเติม
ภายหลังจากการค้นพบโครงกระดูก ได้ดำเนินการขุดค้นอย่างละเอียดเพื่อศึกษารูปแบบการฝังศพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จนกระทั่งพบโครงกระดูกเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 4 โครง ในบริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหลุมขุดค้น โดยโครงกระดูกทั้งหมดมีทิศทางการวางตัวสอดคล้องกัน คือ หันศีรษะไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จากข้อจำกัดของพื้นที่หลุมขุดค้นเดิมและการที่โครงกระดูกบางส่วนทอดยาวเข้าไปในผนังดิน จึงขยายพื้นที่ขุดค้นออกเป็นขนาด 4 x 4.5 เมตร เพื่อให้สามารถตามแนวโครงกระดูกและทำการศึกษารูปแบบของแหล่งได้อย่างครบถ้วน
ความก้าวหน้าในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2569
ในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2569 การดำเนินงานมีความก้าวหน้ามากขึ้น โดยสามารถติดตามแนวโครงกระดูกไปจนถึงบริเวณศีรษะของบางโครงและพบหลักฐานใหม่ที่สำคัญ ได้แก่ โลหะสำริดบริเวณศีรษะ รวมถึงลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน และเม็ดลูกปัดทองคำเพิ่มเติม โดยเฉพาะในโครงกระดูกหมายเลข 1 ซึ่งเป็นโครงที่มีการพบเครื่องประดับจำนวนมากตั้งแต่ระยะแรก
การค้นพบโครงกระดูกและโบราณวัตถุเพิ่มเติม
ต่อมาในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงปัจจุบัน ณ วันที่ 29 เมษายน 2569 พบโครงกระดูกเพิ่มรวมเป็นอย่างน้อย 8 โครง แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกจำนวน 4 โครง และกลุ่มที่พบเพิ่มเติมอีก 4 โครง ซึ่งวางเรียงตัวต่อเนื่องกันแนวเดียวกันโดยมีภาชนะดินเผาคั่นระหว่างกลุ่มอย่างเป็นระเบียบ และมีการสวมโลหะสำริดลักษณะคล้ายภาชนะครอบบริเวณศีรษะ ทั้งส่วนบนของกะโหลกและบริเวณคาง ซึ่งถือเป็นลักษณะพิเศษที่ไม่พบโดยทั่วไป
โบราณวัตถุสำคัญ
นอกจากนี้ ยังพบกลุ่มโบราณวัตถุสำคัญ เช่น ภาชนะดินเผาขนาดเล็กที่วางซ้อนกันเป็นชุดจำนวนประมาณ 7 ใบ ภาชนะสำริดบริเวณปลายเท้าของโครงกระดูก และลูกปัดจำนวนมาก โดยเฉพาะในโครงกระดูกหมายเลข 5 ที่พบลูกปัดแก้วสีฟ้าอมเขียวจำนวนประมาณ 1,300 เม็ดรวมกันเป็นกลุ่มคล้ายเครื่องประดับ ตลอดจนการพบจี้ทองคำ ลูกปัดทองคำ และต่างหูทองคำเพิ่มเติมในบางโครง
ความสำคัญของแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง
จากการดำเนินงานตลอดช่วงเวลาดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าแหล่งโบราณคดีดอนยายทองเป็นแหล่งฝั่งศพที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงวิชาการ สะท้อนถึงรูปแบบพิธีกรรม ความเชื่อ และสถานะทางสังคมของชุมชนในอดีต และยังคงมีศักยภาพในการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งในด้านโบราณคดี มานุษยวิทยา และประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของภูมิภาคต่อไป
แนวทางการดำเนินงานในอนาคต
แนวทางการดำเนินงานในอนาคตประกอบด้วย การขุดแต่งให้ชัดเจนขึ้นเพื่อสามารถศึกษารูปแบบการฝังศพของแต่ละโครง การเก็บโบราณวัตถุที่อยู่ในดินขึ้นพร้อมจัดทำทะเบียน การส่งโบราณวัตถุที่เป็นสำริดไปอนุรักษ์ที่กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ การบันทึกหลักฐานโครงกระดูกและเก็บกู้ขึ้นเพื่อทำความสะอาดและศึกษาวิเคราะห์ การส่งถ่านที่ได้จากการขุดค้นไปหาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ และการขุดแต่งเพื่อตามกลองมโหระทึกที่พบภายในหลุมเพื่อทำการศึกษาและเก็บขึ้น
คำกล่าวของอธิบดีกรมศิลปากร
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า การพบโครงกระดูกแสดงให้เห็นพิธีกรรมการฝังศพ มีการครอบภาชนะสำริดลงบนใบหน้า ที่สำคัญพบเครื่องประดับทองคำ ซึ่งแต่เดิมไม่ค่อยพบเครื่องประดับดังกล่าวในคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ เป็นคนก่อนประวัติศาสตร์แน่นอน ไม่เคยพบเครื่องทองคำกับการฝังศพคนก่อนประวัติศาสตร์ พบครั้งแรกที่แหล่งโบราณคดีโนนพลล้าน นครราชสีมา เป็นแหวนเล็ก ๆ น้อย แต่ที่นี่พบเครื่องประดับทองคำเยอะมาก ๆ น่าจะสัมพันธ์กับวัฒนธรรมอินเดีย ข้อสันนิษฐานของนักโบราณคดีอาจกล่าวได้ว่าแหล่งโบราณคดีมีอายุอยู่ในช่วงสมัยก่อนประวัติศาสตร์ หรืออยู่ในช่วงประมาณ 2,000 – 1,500 ปีมาแล้ว



