สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิหร่านได้โจมตีทางอากาศโดยมีเป้าหมายที่ฐานทัพของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางในวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569 หลังจากสหรัฐฯ โจมตีใส่สิ่งที่เรียกว่า "ปฏิบัติการโดรน" ของอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ การโจมตีครั้งนี้แม้จะอยู่ในวงจำกัด แต่ตอกย้ำถึงความเปราะบางของการเจรจาที่มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนข้อตกลงหยุดยิงอันไม่มั่นคง ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อต้นเดือนเมษายน ให้กลายเป็นข้อตกลงเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมานาน 3 เดือน และเปิดเส้นทางการเดินเรือสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
รายละเอียดการโจมตี
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า กองทัพสหรัฐฯ ยิงโดรนจู่โจมของอิหร่านตก 4 ลำ และโจมตีสถานีควบคุมภาคพื้นดินในเมืองท่าบันดาร์อับบาส ซึ่งกำลังเตรียมปล่อยโดรนลำที่ 5 เจ้าหน้าที่ซึ่งขอไม่เปิดเผยตัวตนกล่าวว่า "ปฏิบัติการเหล่านี้เป็นไปอย่างรอบคอบ เป็นการป้องกันตัวโดยบริสุทธิ์ใจ และมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาข้อตกลงหยุดยิงเอาไว้"
ด้านสำนักข่าวทัสนิม (Tasnim) รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า พวกเขาตั้งเป้าโจมตีไปที่ฐานทัพของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นต้นตอของการโจมตีใกล้กับสนามบินบันดาร์อับบาสเมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดี ทาง IRGC ไม่ได้ระบุชื่อฐานทัพดังกล่าว แต่เตือนว่าหากมีการแสดงท่าทีก้าวร้าวเช่นนี้เกิดขึ้นอีก จะนำไปสู่การตอบโต้ที่ "เด็ดขาดมากยิ่งขึ้น"
ปฏิกิริยาจากคูเวตและทรัมป์
ประเทศคูเวต ซึ่งเป็นหนึ่งในชาติตะวันออกกลางที่มีฐานทัพสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ แถลงว่ากำลังตอบโต้การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน โดยไม่ได้ระบุว่าการโจมตีเหล่านั้นมาจากที่ใด ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยกับสื่อมวลชนในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันพุธว่า เขายังไม่พอใจกับการเจรจากับอิหร่าน และสหรัฐฯ ยังไม่ได้มีการหารือเกี่ยวกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องของรัฐบาลเตหะราน
ทรัมป์ยังปฏิเสธรายงานของสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านที่อ้างว่า มีร่างข้อตกลงอย่างไม่เป็นทางการที่จะฟื้นฟูการเดินเรือเชิงพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้กลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามภายในหนึ่งเดือน โดยให้อิหร่านและโอมานร่วมกันบริหารจัดการการเดินเรือ ทรัมป์ย้ำว่า "ไม่มีใครหน้าไหนจะได้ควบคุมช่องแคบนี้ มันคือน่านน้ำสากล และโอมานจะต้องทำตัวเหมือนกับคนอื่นๆ ไม่อย่างนั้นเราจะต้องเป่าพวกเขาให้กระจุย พวกเขาเข้าใจเรื่องนี้ดี และพวกเขาจะไม่เป็นไร"
ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
การโจมตีตอบโต้กันครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงสูงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ แม้จะมีความพยายามในการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน การที่ทรัมป์ปฏิเสธข่าวข้อตกลงอย่างไม่เป็นทางการยิ่งทำให้สถานการณ์ไม่แน่นอนมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมองว่าการกระทำทางทหารทั้งสองฝ่ายอาจบั่นทอนความพยายามในการสร้างสันติภาพ และอาจนำไปสู่การปะทะที่รุนแรงขึ้นในอนาคต
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและสินค้าระหว่างประเทศ การปิดช่องแคบนี้จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก ดังนั้นการเจรจาเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ท่าทีของทรัมป์ที่แข็งกร้าวอาจทำให้การเจรจาล้มเหลว และเพิ่มความเสี่ยงต่อความมั่นคงในภูมิภาค



