สหรัฐอเมริกาได้ประกาศขึ้นทะเบียนองค์กรหนึ่งในอิหร่านเป็นองค์กรก่อการร้ายต่างประเทศ ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตึงเครียดมากขึ้น การดำเนินการดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยสหรัฐฯ ระบุว่าองค์กรดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่คุกคามความมั่นคงของสหรัฐฯ และพันธมิตร
รายละเอียดการประกาศ
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่าได้เพิ่มชื่อองค์กรในอิหร่านเข้าในบัญชีรายชื่อองค์กรก่อการร้ายต่างประเทศ (FTO) โดยระบุว่าองค์กรนี้มีบทบาทในการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธและดำเนินการโจมตีข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
ปฏิกิริยาจากอิหร่าน
รัฐบาลอิหร่านประณามการตัดสินใจของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง โดยเรียกมันว่าเป็น "การโจมตีทางการเมือง" และยืนยันว่าองค์กรดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทางทหารที่ถูกต้องตามกฎหมายของอิหร่าน นอกจากนี้ อิหร่านยังขู่ว่าจะตอบโต้มาตรการนี้อย่างเหมาะสม
ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
การขึ้นทะเบียนครั้งนี้คาดว่าจะทำให้ความพยายามในการเจรจาเพื่อลดความตึงเครียดในตะวันออกกลางยุ่งยากยิ่งขึ้น นักวิเคราะห์มองว่าการกระทำของสหรัฐฯ อาจเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาทางการทูต และอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าโดยตรงมากขึ้น
- สหรัฐฯ ระบุว่าองค์กรนี้มีส่วนในการโจมตีด้วยโดรนและการลักลอบขนอาวุธ
- อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาและเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศประณามการกระทำของสหรัฐฯ
- พันธมิตรในภูมิภาค เช่น ซาอุดีอาระเบียและอิสราเอล แสดงการสนับสนุนต่อสหรัฐฯ
ประวัติความขัดแย้ง
ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเสื่อมถอยลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 2522 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นโครงการนิวเคลียร์และการสนับสนุนกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน การประกาศล่าสุดทำให้ความหวังในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ลดน้อยลง
ทั้งนี้ องค์กรที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็น FTO จะถูกอายัดทรัพย์สินในสหรัฐฯ และห้ามบุคคลชาวอเมริกันทำธุรกรรมใดๆ กับองค์กรดังกล่าว การกระทำนี้ยังมีผลต่อการเดินทางและการขอวีซ่าของสมาชิกองค์กรด้วย



