อิหร่านได้ยกระดับท่าทีแข็งกร้าวอย่างชัดเจน โดยเตือนว่าอาจปิดเส้นทางการค้าทางทะเลในหลายพื้นที่ รวมถึงทะเลแดง หากสหรัฐฯ ไม่ยกเลิกมาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ขณะที่ความพยายามในการเจรจาระหว่างสองฝ่ายยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง
อิหร่านขู่ตอบโต้มาตรการปิดล้อมท่าเรือ
วันที่ 16 เมษายน 2569 กองทัพอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า หากสหรัฐฯ ไม่ยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน อาจนำไปสู่การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงระยะ 2 สัปดาห์ และกระทบเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างรุนแรง หลังกองกำลังสหรัฐฯ ได้สกัดการค้าทางทะเลเข้า-ออกอิหร่านโดยสมบูรณ์ผ่านมาตรการปิดล้อมนี้
คำเตือนจากผู้บัญชาการทหารอิหร่าน
นายอาลี อับดุลเลาะห์ ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการทหารกลางของอิหร่าน ระบุว่า ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ อิหร่านจะไม่อนุญาตให้มีการส่งออกหรือนำเข้าสินค้าทางทะเลในอ่าวเปอร์เซีย ทะเลโอมาน และทะเลแดง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างกว้างขวาง
อิทธิพลของอิหร่านในทะเลแดง
รายงานข่าวระบุว่า แม้อิหร่านจะไม่มีพรมแดนติดทะเลแดงโดยตรง แต่มีอิทธิพลในพื้นที่ผ่านพันธมิตรในภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มฮูติในเยเมน ซึ่งเคยเปิดฉากโจมตีเรือเดินทะเลในเส้นทางนี้มาแล้วหลายครั้ง สิ่งนี้ทำให้อิหร่านมีอำนาจในการควบคุมเส้นทางเดินเรือที่สำคัญแห่งนี้
การตอบสนองจากสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณว่า การเจรจาสันติภาพอาจกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้ หลังการหารือรอบแรกไม่ประสบผลสำเร็จ ด้านนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้นำการเจรจา เปิดเผยว่า สหรัฐฯ เสนอข้อตกลงครั้งใหญ่ เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 6 สัปดาห์ รวมถึงแก้ปัญหาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ผลกระทบต่อเสถียรภาพภูมิภาค
สถานการณ์นี้สร้างความกังวลอย่างมากต่อเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง หากอิหร่านดำเนินการปิดเส้นทางเดินเรือจริง อาจทำให้การค้าทางทะเลหยุดชะงักและเพิ่มความตึงเครียดระหว่างประเทศมหาอำนาจ ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจและการเมืองโลกในวงกว้าง



