ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้เดินทางถึงกรุงเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา นับเป็นการเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 24 ปี โดยได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่จากนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ที่สนามบินนานาชาติ
การหารือระดับสูงเพื่อกระชับความสัมพันธ์
ผู้นำทั้งสองได้จัดการประชุมสุดยอดทวิภาคีที่ทำเนียบพรรคแรงงาน ซึ่งใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง โดยมีประเด็นหารือสำคัญเกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ พลังงาน และการแลกเปลี่ยนทางการทหาร รวมถึงสถานการณ์ในยูเครนที่รัสเซียต้องการการสนับสนุนจากเกาหลีเหนือ
ข้อตกลงความร่วมมือที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
แหล่งข่าวจากทำเนียบเครมลินระบุว่า ทั้งสองฝ่ายมีแนวโน้มที่จะลงนามในข้อตกลงความร่วมมือหลายฉบับ โดยเฉพาะด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเกาหลีเหนือต้องการพัฒนาเศรษฐกิจที่กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก ขณะที่รัสเซียต้องการแหล่งวัตถุดิบและเส้นทางขนส่งทางเลือก
นอกจากนี้ ยังมีการหารือเกี่ยวกับการส่งเสริมการค้าทวิภาคี ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าไม่ถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยรัสเซียเสนอให้เกาหลีเหนือเข้าร่วมในโครงการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
การเยือนครั้งนี้สร้างความกังวลให้กับสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตก เนื่องจากเกรงว่ารัสเซียอาจให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีทางการทหารแก่เกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ โดยสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนว่าอาจมีการใช้มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมหากมีการถ่ายโอนอาวุธระหว่างกัน
ด้านจีนซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของทั้งสองประเทศ ได้แสดงท่าทีสนับสนุนการเยือนครั้งนี้ โดยระบุว่าเป็นเรื่องปกติของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์
การเยือนเกาหลีเหนือของปูตินครั้งนี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการเยือนครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2000 ซึ่งเป็นปีที่ปูตินดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ขณะที่คิมจองอึนเองก็เพิ่งเดินทางเยือนรัสเซียเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วเพื่อพบกับปูตินที่เมืองวลาดิวอสต็อก
นักวิเคราะห์มองว่า การเยือนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัสเซียในการสร้างพันธมิตรใหม่เพื่อรับมือกับแรงกดดันจากชาติตะวันตกหลังสงครามในยูเครน ขณะที่เกาหลีเหนือก็ต้องการลดการพึ่งพาจีนและแสวงหาความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจจากรัสเซีย
ทั้งนี้ คาดว่าปูตินจะเดินทางเยือนเวียดนามต่อหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่เกาหลีเหนือ เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป



