ปิดตำนาน 200 ปี ตลาดน้ำบางพลี ไฟไหม้วอด 17 ร้านค้า
ไฟไหม้ตลาดน้ำบางพลีวอด 17 ร้านค้า ปิดตำนาน 200 ปี

ไฟไหม้ตลาดน้ำบางพลีวอด 17 ร้านค้า สูญเสียตำนาน 200 ปี

เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ตลาดน้ำบางพลี อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันที่ 15 มกราคม 2568 โดยต้นเพลิงเริ่มจากร้านขายของชำภายในตลาด ก่อนที่จะลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากตัวอาคารเป็นไม้เก่าแก่ ทำให้เพลิงไหม้เป็นบริเวณกว้าง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลตำบลบางพลีและพื้นที่ใกล้เคียงระดมรถน้ำกว่า 10 คันเข้าควบคุมสถานการณ์ ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

ความเสียหายและผลกระทบ

เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้ร้านค้าภายในตลาดได้รับความเสียหายรวม 17 ร้านค้า คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นหลายล้านบาท โดยตลาดน้ำบางพลีเป็นตลาดเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 200 ปี เป็นแหล่งท่องเที่ยวและค้าขายที่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ การเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้สร้างความเสียใจให้กับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

นายสมชาย เมืองสุข นายกเทศมนตรีตำบลบางพลี เปิดเผยว่า ทางเทศบาลจะเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยจะจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวและแจกจ่ายสิ่งของจำเป็น นอกจากนี้ยังจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งฟื้นฟูตลาดให้กลับมาเปิดดำเนินการได้โดยเร็วที่สุด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สาเหตุและการสอบสวน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางพลีร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าจุดเริ่มต้นเพลิงไหม้อยู่บริเวณร้านขายของชำซึ่งมีการติดตั้งระบบไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน คาดว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตามยังต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ตลาดน้ำบางพลีเป็นตลาดโบราณที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ริมคลองสำโรง มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 เป็นแหล่งรวมสินค้าพื้นบ้าน อาหาร และของที่ระลึก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาตินิยมมาเยือนเป็นจำนวนมาก เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้สร้างความสูญเสียทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยและให้กำลังใจ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ รวมถึงการวางแผนฟื้นฟูตลาดให้กลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกครั้ง