แมนฯ ยูไนเต็ด พ่ายถิ่นแมนฯ ซิตี้ 1-3 ในศึกดาร์บีแห่งแมนเชสเตอร์
ในศึกดาร์บีแห่งแมนเชสเตอร์ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2567 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านพ่ายแพ้ต่อคู่ปรับร่วมเมืองอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยคะแนน 1-3 ในเกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ส่งผลให้ทีมเจ้าบ้านเสียอันดับ 2 ให้กับทีมเยือนในตารางคะแนน
ฟิล โฟเดน ฉายแววดาวยิง 2 ลูกนำทีมชนะ
เกมนี้เริ่มต้นอย่างดุเดือดเมื่อแมนฯ ซิตี้ เปิดฉากนำก่อนในนาทีที่ 8 จากลูกยิงของฟิล โฟเดน กองกลางดาวรุ่งชาวอังกฤษ ที่พลิกสถานการณ์ให้ทีมเยือนขึ้นนำ 1-0 อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด ตอบโต้ได้ในนาทีที่ 56 ด้วยประตูตีเสมอจากมาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าชาวอังกฤษ ทำให้สกอร์เป็น 1-1 และเพิ่มความตื่นเต้นให้กับเกม
แต่แมนฯ ซิตี้ ไม่ยอมหยุดเพียงเท่านี้ โดยฟิล โฟเดน กลับมายิงประตูที่สองในนาทีที่ 80 เพื่อนำทีมขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 ก่อนที่จูลิอาน อัลบาเรซ กองหน้าชาวอาร์เจนตินาจะปิดเกมด้วยประตูที่สามในนาทีที่ 90+1 ทำให้ทีมเยือนชนะไป 3-1 และคว้าชัยชนะสำคัญในศึกดาร์บี
ผลกระทบต่อตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก
ชัยชนะในเกมนี้ส่งผลให้แมนฯ ซิตี้ แซงขึ้นมาครองอันดับ 2 ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ด้วย 67 คะแนน จาก 27 นัด ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ด ตกไปอยู่อันดับ 3 ด้วย 66 คะแนน จากจำนวนนัดเท่ากัน ความพ่ายแพ้ในเกมนี้สร้างความกดดันให้กับทีมเจ้าบ้านในการไล่ล่าตำแหน่งแชมป์ ซึ่งลิเวอร์พูลยังคงนำอยู่ที่อันดับ 1
นอกจากนี้ เกมดังกล่าวยังเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกของแมนฯ ยูไนเต็ด ในศึกดาร์บีแห่งแมนเชสเตอร์ในฤดูกาลนี้ หลังจากที่เคยเสมอกันในนัดแรกที่สนามเอติฮัด สเตเดียม เมื่อเดือนตุลาคม 2566 ด้วยสกอร์ 0-0
ปฏิกิริยาจากผู้จัดการทีมและนักเตะ
เอริก เทน ฮัค ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด กล่าวหลังเกมว่า "เราทำได้ดีในบางช่วง แต่แมนฯ ซิตี้ มีประสิทธิภาพมากกว่าในด้านการจบสกอร์ นี่เป็นบทเรียนที่เราต้องปรับปรุง" ในขณะที่เปป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมแมนฯ ซิตี้ ชื่นชมฟิล โฟเดน ว่า "เขาเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมและแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในเกมใหญ่เช่นนี้"
ฟิล โฟเดน เองก็แสดงความยินดีกับชัยชนะ โดยกล่าวว่า "นี่คือชัยชนะที่สำคัญสำหรับทีม เราต้องการคะแนนเต็มเพื่อไล่ล่าตำแหน่งแชมป์ และวันนี้เราทำได้สำเร็จ" เกมนี้ยังเป็นประตูที่ 14 และ 15 ของเขาในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ส่งสัญญาณถึงฟอร์มที่ร้อนแรงของดาวรุ่งรายนี้
โดยรวมแล้ว การแข่งขันในศึกดาร์บีแห่งแมนเชสเตอร์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่กำหนดตำแหน่งในตารางคะแนน แต่ยังสะท้อนถึงความเข้มข้นและคุณภาพของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ที่ดึงดูดความสนใจจากแฟนบอลทั่วโลก