แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวว่าเตรียมทุ่มเงินจำนวนมหาศาลถึง 150 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 6,750 ล้านบาท เพื่อคว้าตัว ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ กองกลางดาวรุ่งพรสวรรค์สูงของไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ทีมดังจากบุนเดสลีกา เยอรมนี มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้
รายงานจากสื่อดังในอังกฤษระบุว่า เรือใบสีฟ้า กำลังมองหานักเตะที่จะมาเสริมทัพในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก โดยมี เวิร์ตซ์ เป็นเป้าหมายหลัก หลังจากที่นักเตะวัย 20 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับเลเวอร์คูเซนในฤดูกาลนี้ โดยทำไป 10 ประตูกับ 14 แอสซิสต์จากการลงสนาม 32 นัดในทุกรายการ
ดีลประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก
หากการย้ายทีมครั้งนี้เกิดขึ้นจริง มันจะกลายเป็นดีลที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก ทุบสถิติเดิมที่ 100 ล้านปอนด์ของแจ็ค กรีลิช ที่ย้ายจากแอสตัน วิลลามาร่วมทีมแมนฯ ซิตี้ในปี 2021 และยังเป็นดีลที่แพงที่สุดในวงการฟุตบอลเยอรมันอีกด้วย ทว่าสถิติดังกล่าวอาจถูกทำลายได้ง่าย หากดีลนี้บรรลุผลสำเร็จ
ความสนใจจากหลายสโมสร
นอกเหนือจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้ว ยังมีอีกหลายสโมสรชั้นนำในยุโรปที่ให้ความสนใจในตัว เวิร์ตซ์ เช่น เรอัล มาดริด, บาร์เซโลนา, และลิเวอร์พูล ซึ่งทำให้การแข่งขันเพื่อคว้าตัวนักเตะรายนี้เป็นไปอย่างดุเดือด อย่างไรก็ตาม แมนฯ ซิตี้ ดูจะเป็นตัวเต็งเนื่องจากความพร้อมทางการเงินและความสัมพันธ์อันดีกับเอเยนต์ของนักเตะ
ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ ถือเป็นหนึ่งในกองกลางดาวรุ่งที่มีอนาคตไกลที่สุดในโลกตอนนี้ ด้วยทักษะการเล่นที่ยอดเยี่ยม ทั้งการจ่ายบอล การเลี้ยงบอล และการทำประตู ทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายของหลายสโมสร การย้ายมาอยู่กับแมนฯ ซิตี้ ซึ่งมีระบบการเล่นที่เน้นการครองบอล อาจช่วยให้เขาพัฒนาฝีเท้าได้มากขึ้นภายใต้การคุมทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา
ในส่วนของไบเออร์ เลเวอร์คูเซน เองก็ไม่รีบร้อนที่จะปล่อยตัวนักเตะ เนื่องจากสัญญาของเขายังคงเหลือถึงปี 2027 ทำให้พวกเขามีอำนาจต่อรองสูง และอาจจะเรียกร้องค่าตัวสูงถึง 150 ล้านปอนด์ตามที่แมนฯ ซิตี้เสนอมา
สำหรับแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ การได้ตัว เวิร์ตซ์ มาร่วมทีมจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวรุกได้อย่างมาก และอาจเป็นกุญแจสำคัญในการล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกในฤดูกาลหน้า



