ในเกมดาร์บี้ศตวรรษของพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูลสามารถเอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไปได้ 4-3 ในการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความดุเดือดและประตูสวยงาม ณ สนามแอนฟิลด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา การแข่งขันครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นชัยชนะสำคัญสำหรับทีมจากเมืองลิเวอร์พูล แต่ยังเป็นการทุบสถิติใหม่ในลีกสูงสุดของอังกฤษอีกด้วย
การแข่งขันที่ดุเดือดและประตูสวยงาม
เกมนี้เริ่มต้นอย่างร้อนแรงเมื่อลิเวอร์พูลเปิดตัวนำก่อนในนาทีที่ 10 ด้วยประตูจากโมฮาเหม็ด ซาลาห์ อย่างไรก็ตาม แมนยูตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วด้วยประตูจากบรูโน เฟอร์นันเดส ในนาทีที่ 25 ทำให้สกอร์เท่ากัน 1-1 ครึ่งแรกจบลงด้วยสกอร์นี้ แต่ในครึ่งหลัง การแข่งขันกลับดุเดือดยิ่งขึ้น
ช่วงเวลาสำคัญของเกม
ลิเวอร์พูลกลับมานำอีกครั้งในนาทีที่ 55 จากประตูของดิโยกู โชตา แต่แมนยูไม่ยอมแพ้และตีเสมอได้ในนาทีที่ 70 ด้วยประตูจากมาร์คัส แรชฟอร์ด อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลแสดงความเหนือกว่าโดยทำประตูเพิ่มอีกสองลูกจากซาดิโอ มาเน ในนาทีที่ 75 และโรเบร์โต ฟิร์มิโน ในนาทีที่ 85 แม้ว่าแมนยูจะลดช่องว่างด้วยประตูจากเอดินสัน คาวานี ในนาทีที่ 90 แต่ก็สายเกินไปที่จะเปลี่ยนผลการแข่งขัน
สถิติใหม่ที่ถูกทุบ
ชัยชนะในครั้งนี้ทำให้ลิเวอร์พูลทำสถิติใหม่โดยเป็นทีมแรกในพรีเมียร์ลีกที่ชนะแมนยูในเกมเหย้าติดต่อกันถึง 5 ฤดูกาล นอกจากนี้ การทำประตู 4 ลูกในเกมนี้ยังช่วยให้ทีมมีสถิติการทำประตูในฤดูกาลนี้เพิ่มขึ้นเป็น 60 ลูก ซึ่งเป็นอันดับต้นๆ ของลีก
ผลกระทบต่อตารางคะแนน
ด้วยชัยชนะนี้ ลิเวอร์พูลยึดตำแหน่งที่สองในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก โดยมีคะแนนรวม 70 คะแนน จาก 30 นัด ขณะที่แมนยูตกไปอยู่อันดับที่หกด้วย 50 คะแนน การแข่งขันครั้งนี้ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการแข่งขันแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้
ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ยือร์เกิน คล็อปป์ กล่าวหลังเกมว่า "นี่คือชัยชนะที่สำคัญมากสำหรับเรา ทีมเล่นได้ยอดเยี่ยมและแสดงจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง เราเชื่อว่าสามารถคว้าแชมป์ได้ในฤดูกาลนี้" ในทางตรงกันข้าม โอเล่ กุนนาร์ โซลชาเออร์ ผู้จัดการทีมแมนยู รู้สึกผิดหวังแต่ยังมองไปข้างหน้า "เราแพ้ในเกมที่ดุเดือด แต่ทีมยังมีโอกาสในถ้วยอื่นๆ เราจะปรับปรุงและกลับมาแข็งแกร่ง"
สรุปการแข่งขัน
เกมระหว่างลิเวอร์พูลและแมนยูในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่ตื่นเต้นที่สุดของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ ด้วยประตูสวยงาม 7 ลูกและความดุเดือดตลอด 90 นาที ชัยชนะของลิเวอร์พูลไม่เพียงเสริมความมั่นใจให้ทีม แต่ยังทุบสถิติสำคัญที่สร้างความภูมิใจให้แฟนบอล อนาคตของการแข่งขันแชมป์ลีกยังคงเปิดกว้าง และการเผชิญหน้าครั้งต่อไประหว่างสองทีมยักษ์ใหญ่นี้คงจะดุเดือดไม่แพ้กัน