เปิดสถิติ 'ฟุตบอลไทย' เกมเยือน ทีมชาติไทย ไร้ชัยในศึกเอเชียนคัพ 2023
เปิดสถิติ 'ฟุตบอลไทย' เกมเยือน ทีมชาติไทย ไร้ชัยในศึกเอเชียนคัพ 2023

ความพ่ายแพ้ต่อซาอุดีอาระเบีย 0-3 ในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม เอเชียนคัพ 2023 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 ทำให้ทีมชาติไทยต้องยุติเส้นทางในทัวร์นาเมนต์นี้ไว้เพียงแค่รอบแรก ด้วยการเก็บได้เพียง 2 คะแนนจากการเสมอ 2 นัด และแพ้ 1 นัด ส่งผลให้ 'ช้างศึก' จบอันดับ 3 ของกลุ่ม F โดยมีสถิติที่น่าจดจำคือการไม่ชนะใครเลยในเอเชียนคัพครั้งนี้

สถิติเกมเยือนที่ย่ำแย่ของทีมชาติไทยในเอเชียนคัพ

จากข้อมูลของสหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) พบว่าทีมชาติไทยมีสถิติที่ย่ำแย่อย่างมากในการแข่งขันในฐานะทีมเยือนในเอเชียนคัพ โดยนับตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา ทีมชาติไทยไม่สามารถเอาชนะใครได้เลยในการแข่งขันนัดที่ไม่ได้เป็นเจ้าภาพ โดยล่าสุดคือการแพ้ซาอุดีอาระเบีย ทำให้สถิติไร้ชัยในฐานะทีมเยือนขยายเป็น 8 นัดติดต่อกัน แบ่งเป็นแพ้ 6 นัด และเสมอ 2 นัด

สถิติที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ทีมชาติไทยไม่สามารถทำประตูได้เลยใน 3 นัดหลังสุดที่เล่นในฐานะทีมเยือนในเอเชียนคัพ โดยนัดล่าสุดที่ยิงประตูได้คือเกมที่แพ้จีน 1-2 เมื่อปี 2007 ซึ่งเป็นนัดแรกที่ทีมชาติไทยเล่นในฐานะทีมเยือนในรอบ 16 ปีที่ผ่านมา

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลงานในเอเชียนคัพ 2023 ของทีมชาติไทย

สำหรับเอเชียนคัพ 2023 ทีมชาติไทยเริ่มต้นด้วยการเสมอคีร์กีซสถาน 1-1 จากนั้นเสมอโอมาน 0-0 ก่อนจะพ่ายให้กับซาอุดีอาระเบีย 0-3 ในนัดสุดท้าย โดยรวมแล้วทีมชาติไทยทำได้เพียง 2 ประตูจากการแข่งขัน 3 นัด (เสีย 4 ประตู) ซึ่งถือเป็นผลงานที่ต่ำกว่าที่หลายฝ่ายคาดหวังไว้

“เราเสียใจที่ผลงานออกมาแบบนี้ เราต้องกลับไปปรับปรุงหลายจุด โดยเฉพาะเกมรุกที่ยังไม่คมพอ” มาโน โพลกิ้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยกล่าวหลังจบเกม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สาเหตุของความล้มเหลวและแนวทางแก้ไข

ผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอลหลายคนชี้ว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ทีมชาติไทยไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ในเอเชียนคัพครั้งนี้ มาจากปัญหาหลายประการ อาทิ การขาดผู้เล่นตัวหลักที่บาดเจ็บ การปรับแท็กติกที่ไม่ลงตัว และการขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย โดยเฉพาะในเกมที่เสมอโอมาน 0-0 ซึ่งทีมชาติไทยมีโอกาสทำประตูหลายครั้งแต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้

นอกจากนี้ สถิติการไม่ชนะในฐานะทีมเยือนยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมและแรงกดดันจากแฟนบอลเจ้าถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมชาติไทยต้องเร่งแก้ไขก่อนการแข่งขันรายการสำคัญครั้งต่อไป

อนาคตของฟุตบอลไทยหลังจบเอเชียนคัพ

แม้ผลงานในเอเชียนคัพ 2023 จะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ทีมชาติไทยยังมีโปรแกรมการแข่งขันในปี 2567 ที่สำคัญอีกหลายรายการ โดยเฉพาะฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก ซึ่งทีมชาติไทยจะต้องแข่งขันในเดือนมีนาคมและมิถุนายนนี้ การแก้ไขจุดอ่อนและการเตรียมทีมอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

“เราต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดครั้งนี้ และกลับมาแข็งแกร่งขึ้น เรายังมีเป้าหมายที่จะผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกให้ได้” มาโน โพลกิ้ง กล่าวทิ้งท้าย