สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศรายชื่อ 23 นักเตะทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ชุดเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม 2025 โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย เพื่อคว้าสิทธิ์ไปแข่งขันฟุตบอลโลกเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี รอบสุดท้ายที่ประเทศชิลีในปีเดียวกัน
รายชื่อนักเตะและความพร้อมของทีม
กุนซือชาวบราซิล อัคราม อับดุล ฮาลิม หรือที่รู้จักกันในชื่อ โค้ชอัคราม ได้ประกาศรายชื่อ 23 นักเตะที่ประกอบไปด้วยผู้เล่นจากสโมสรชั้นนำของไทย อาทิ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, เมืองทอง ยูไนเต็ด, ชลบุรี เอฟซี และ การท่าเรือ เอฟซี โดยมีผู้เล่นที่น่าจับตามองอย่าง พิทักษ์ชัย ลิขิตเดชาโรจน์, ธีรศักดิ์ เย็นเยือก และ วรชิต กนกศรี
ทีมชาติไทย U20 มีโปรแกรมอุ่นเครื่อง 2 นัดก่อนเดินทางไปแข่งขันที่จีน โดยจะพบกับทีมชาติเวียดนาม U20 ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ และทีมชาติมาเลเซีย U20 ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ณ สนามฝึกซ้อมของสมาคมฟุตบอลฯ
เป้าหมายและความท้าทาย
โค้ชอัครามกล่าวถึงเป้าหมายของทีมว่า "เรามีความมุ่งมั่นที่จะสร้างผลงานให้ดีที่สุดในรายการนี้ นักเตะทุกคนมีความสามารถและพร้อมที่จะสู้กับทุกทีม เราต้องการผ่านเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายเพื่อคว้าตั๋วไปฟุตบอลโลก U20 ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญของฟุตบอลเยาวชนไทย"
การแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย U20 2025 มีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 16 ทีม โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ไทยอยู่ในกลุ่ม C ร่วมกับ อิรัก, ซาอุดีอาระเบีย และ อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยากพอสมควร อย่างไรก็ตาม ทีมชาติไทย U20 เคยผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในปี 2016 และ 2018 ทำให้มีความหวังที่จะทำผลงานได้ดีอีกครั้ง
การเตรียมความพร้อมและการสนับสนุน
สมาคมฟุตบอลฯ ได้จัดให้มีการฝึกซ้อมเข้มข้นที่ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ หนองจอก ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 โดยเน้นการพัฒนาความแข็งแกร่งทางร่างกายและแท็กติก นอกจากนี้ยังมีการทำงานร่วมกับสโมสรต้นสังกัดเพื่อให้แน่ใจว่านักเตะมีความพร้อมสูงสุด
นายกสมาคมฟุตบอลฯ กล่าวว่า "เราให้ความสำคัญกับทีมเยาวชนอย่างมาก เพราะเป็นอนาคตของฟุตบอลไทย การได้ไปเล่นฟุตบอลโลก U20 จะเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า และเราจะสนับสนุนอย่างเต็มที่"
ทีมชาติไทย U20 จะเดินทางไปประเทศจีนในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2025 ก่อนเปิดสนามนัดแรกพบกับอินโดนีเซียในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ต่อไปจะพบกับซาอุดีอาระเบียในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และปิดท้ายกลุ่มกับอิรักในวันที่ 18 กุมภาพันธ์



