รัฐบาลไทยเตรียมเดินหน้าโครงการเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดอย่างต่อเนื่องในปี 2568 โดยยังคงจ่ายเงินให้กับครอบครัวที่มีบุตรแรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี ในอัตราเดือนละ 600 บาทต่อคน ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย
รายละเอียดโครงการเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด 2568
โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดเป็นนโยบายที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2568 ยังคงจ่ายเงินให้กับเด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป จนกว่าเด็กจะมีอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ โดยจ่ายในอัตรา 600 บาทต่อเดือนต่อคน ผ่านบัญชีธนาคารของผู้ปกครอง
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์รับเงินอุดหนุน
เด็กแรกเกิดที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 จนถึงปัจจุบัน และยังมีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ รวมถึงเด็กที่อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์หรือครอบครัวอุปถัมภ์ที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย
- เด็กต้องมีสัญชาติไทย
- ครอบครัวมีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี (หรือตามเกณฑ์ที่กำหนดในแต่ละปี)
- ผู้ปกครองต้องไม่เป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ได้รับสวัสดิการด้านบุตร
ขั้นตอนการขอรับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด
ผู้ปกครองสามารถยื่นคำขอรับสิทธิ์ได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทุกแห่ง หรือผ่านระบบออนไลน์ทางเว็บไซต์ของกรมกิจการเด็กและเยาวชน โดยมีขั้นตอนดังนี้
- เตรียมเอกสาร: สูติบัตรเด็ก, บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ปกครอง, ทะเบียนบ้าน, หนังสือรับรองรายได้ (ถ้ามี)
- ยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผ่านระบบออนไลน์
- เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและดำเนินการอนุมัติ
- เมื่อได้รับอนุมัติ เงินจะเริ่มโอนเข้าบัญชีภายใน 30 วัน
เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้
ผู้ปกครองต้องเปิดบัญชีธนาคารในชื่อของตนเองเพื่อรับเงินโอน โดยธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทั้งนี้ หากเด็กเสียชีวิตหรือย้ายไปอยู่ต่างประเทศ สิทธิ์จะสิ้นสุดทันที
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยของรัฐบาล โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวที่มีรายได้น้อย และส่งเสริมให้เด็กได้รับโภชนาการและการดูแลที่เหมาะสมในช่วงวัยสำคัญของการเจริญเติบโต
การต่ออายุสิทธิ์และข้อควรระวัง
สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ์อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องยื่นคำขอใหม่ แต่ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลหากมีการย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนผู้ปกครอง ส่วนผู้ที่พลาดการสมัครในปีก่อนสามารถยื่นขอรับสิทธิ์ย้อนหลังได้ไม่เกิน 6 เดือนนับจากเดือนที่ยื่นคำขอ
รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการนี้ในปี 2568 จำนวนกว่า 20,000 ล้านบาท เพื่อครอบคลุมเด็กที่มีสิทธิ์ประมาณ 3 ล้านคนทั่วประเทศ ผู้ปกครองที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1300 หรือศูนย์บริการประชาชน 1111



