สงกรานต์ 2569: จราจรสาย 304 คล่องตัว มอเตอร์เวย์ M6 รถบางตา ชาวอีสานทยอยกลับบ้าน
สงกรานต์ 2569: จราจรสาย 304 คล่องตัว มอเตอร์เวย์ M6 รถบางตา

สงกรานต์ 2569: จราจรสายหลักคล่องตัว มอเตอร์เวย์ M6 รถบางตา ชาวอีสานทยอยกลับภูมิลำเนา

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ที่จังหวัดนครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งในปีนี้มีวันหยุดต่อเนื่องหลายวัน โดยสภาพการจราจรในช่วงเช้าตรู่พบว่ามีความหนาแน่นแต่ยังคล่องตัวในหลายเส้นทางหลัก

ถนนสาย 304 และมิตรภาพ: จราจรหนาแน่นแต่ยังทำความเร็วได้

ในช่วงเวลาประมาณ 05.40 น. ที่ผ่านมา ถนนสาย 304 ช่วงจากอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ถึงอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา มีการจราจรหนาแน่นเนื่องจากประชาชนแห่เดินทางกลับภูมิลำเนา ปริมาณรถจำนวนมากหลั่งไหลมาตั้งแต่ช่วงกลางคืนจากจังหวัดทางภาคตะวันตกและบางส่วนของภาคกลางที่เลี่ยงการจราจรติดขัดบนถนนมิตรภาพ

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการจราจรบนถนนสายนี้ยังคงคล่องตัว มีเพียงชะลอตัวบ้างในช่วงขึ้นลงเขาและใกล้แยกที่มีสัญญาณไฟจราจร แต่ไม่มีรถติดสะสม สามารถทำความเร็วได้ประมาณ 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนถึงช่วงเช้าประมาณ 08.30 น. รถเริ่มเบาบางลง แต่ยังมีประชาชนเดินทางมุ่งหน้าเข้าจังหวัดนครราชสีมาอย่างต่อเนื่องเพื่อไปยังจังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสาน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ขณะที่ ถนนมิตรภาพ ช่วงผ่านอำเภอปากช่องและอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ในช่วงสายวันนี้ พบว่ามีปริมาณรถที่มุ่งหน้าสู่ภาคอีสานจำนวนมากเช่นกัน แต่ไม่มีรายงานการจราจรติดขัดหรือติดสะสมแต่อย่างใด รถยนต์ทุกชนิดสามารถทำความเร็วได้ตามกฎหมายกำหนด นอกจากนี้ยังมีรถจำนวนหนึ่งที่ลงมาจากสะพานต่างระดับสีคิ้วมาสมทบบนถนนมิตรภาพ ทำให้ปริมาณรถมุ่งหน้าสู่อีสานเพิ่มมากขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มอเตอร์เวย์ M6 และปัจจัยทางเศรษฐกิจ: รถบางตาลงจากปีก่อน

ส่วนการจราจรบนทางด่วนพิเศษ มอเตอร์เวย์สาย M6 ช่วงจากอำเภอปากช่องถึงทางลงถนนมิตรภาพบายพาสเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ในวันนี้พบว่าปริมาณรถบางตา น้อยกว่าปีที่ผ่านมาอย่างมาก คาดว่าประชาชนน่าจะเลือกฉลองสงกรานต์ในพื้นที่ใกล้ที่พักมากกว่าเดินทางกลับภูมิลำเนาในภาคอีสาน

ในขณะที่ถนนบายพาสเบี่ยงเมือง ช่วงตำบลจอหอ อำเภอเมืองนครราชสีมา ขาออกไปจังหวัดขอนแก่น ปริมาณรถค่อนข้างหนาแน่น ทำให้การจราจรชะลอตัว ทำความเร็วได้ประมาณ 40-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งคาดว่าช่วงบ่ายและเย็นวันนี้ ประชาชนจะเร่งเดินทางกลับภูมิลำเนาในภาคอีสาน ทำให้ปริมาณรถบนสายหลักอย่างถนนมิตรภาพและถนนสาย 304 หนาแน่นมากยิ่งขึ้น

ที่น่าสนใจคือ เมื่อเปรียบเทียบวันที่ 11 เมษายนของปีที่แล้ว ปริมาณรถยนต์ลดลงมาก เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจไม่ดีและเกิดวิกฤติพลังงาน น้ำมันเชื้อเพลิงปรับราคาสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ค่าครองชีพสูง ประชาชนต้องลดค่าใช้จ่ายลง โดยหลายคนเลือกใช้รถโดยสารสาธารณะหรือรถไฟกลับภูมิลำเนา มากกว่าการใช้รถยนต์ส่วนตัวเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และบางคนยอมงดเดินทางกลับภูมิลำเนาไปเลยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้

ปั๊มน้ำมันคึกคักและปัญหาการก่อสร้างบนทางเลี่ยงเมือง

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศที่ปั๊มบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่อำเภอสีคิ้วพบว่าคึกคักเป็นพิเศษ ประชาชนที่ตัดสินใจนำรถยนต์ส่วนตัวพากันเดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อไปฉลองสงกรานต์กับญาติพี่น้องในช่วงนี้ต่างกัดฟันแวะเติมน้ำมันกันเต็มถัง และแวะจอดพักเป็นระยะที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อพักคนพักรถ จะได้เดินทางถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย

อย่างเช่น ปั๊ม ปตท. ในพื้นที่ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว พบว่ามีประชาชนขับรถเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมากจนเต็มลานจอด ซึ่งแต่ละคนที่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ต่างลงจากรถมายืดเส้นยืดสาย เข้าห้องน้ำ ล้างหน้า หรือแวะหาอะไรรับประทานรองท้องก่อนเดินทางต่อ

เมื่อสอบถาม นายภูธร หมอนคำ อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี ที่ไปทำงานอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี และจะกลับภูมิลำเนาที่จังหวัดอุบลราชธานีปีละ 2 ครั้ง ช่วงปีใหม่และสงกรานต์ บอกว่า “เมื่อก่อนเติมน้ำมันไป-กลับบ้าน ประมาณ 5,000 บาท แต่ปีนี้ต้องใช้เงินเฉพาะเติมน้ำมันประมาณ 7,000 บาท ไม่รวมซื้อของกินระหว่างทาง ออกจากนนทบุรีตั้งแต่ตี 5 ถึงบ้านน่าจะประมาณ 5 โมงเย็น รวมระยะทาง 900 กิโลเมตร เฉพาะจ่ายค่าน้ำมันปีนี้แทบไม่เหลือ ตนคงจะไม่ได้พาครอบครัวออกเที่ยวที่ไหน เพราะต้องคำนวณการใช้จ่ายเงินที่มีอยู่ ยอมรับว่า น้ำมันแพงมีผลกระทบอย่างมาก ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นทุกอย่าง ฝากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำมันแพงเป็นอันดับแรก เพราะเป็นสาเหตุให้สินค้าอื่นๆ ปรับราคาขึ้นตามทุกวัน...ลำบากจริงๆ”

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมาหรือถนนบายพาสประกอบกับช่วงกิโลเมตรที่ 3 ถึงกิโลเมตรที่ 5 จากจุดลง M6 มอเตอร์เวย์ ตั้งแต่ช่วงหน้าปั๊ม ปตท.ขาออก มีการก่อสร้างขยายช่องจราจรจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร มีการปิดไป 2 ช่องจราจรมีระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ทำให้ปริมาณรถสะสมชะลอตัวติดขัดสลับกับหยุดนิ่ง จากนั้นต่อไปยังกิโลเมตรที่ 7 ถึงกิโลเมตรที่ 8.5 ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตรก็มีการขยายถนนทำให้รถติดขัดเป็นระยะทางยาวเป็นช่วงๆ

โดยเฉพาะบรรดารถบรรทุก 10 ล้อ 18 ล้อ และรถพ่วง 22 ล้อที่เป็นทั้งรถน้ำมัน รถบรรทุกสินค้ามีการขับแบบวิ่งคู่ขนานกัน และเกิดการเสียพื้นที่ถนนมาก ปริมาณรถจึงวิ่งได้ช้าๆ สลับกับหยุดนิ่งไปตลอด ส่งผลให้การจราจรในจุดนี้มีความล่าช้าและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ